กรมขนส่งยึดใบขับขี่ผู้ก่อเหตุชนรถจักรยานจนเสียชีวิต และไม่สามารถขอใบขับรถอีก 3 ปี
นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากกรณีอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้นจากรถยนต์ชนรถจักรยานจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเมื่อเร็วๆ นี้กรมการขนส่งทางบกได้พิจารณาดำเนินการยึดใบอนุญาตขับรถของผู้ขับรถคันก่อเหตุดังกล่าวแล้ว โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งนายทะเบียนสามารถยึดใบอนุญาตขับรถได้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี หากปรากฏว่าผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถถูกกล่าวโทษว่าทำลายความสงบสุขของประชาชนในถนนหรือทางหลวง และหากผู้ขับรถต้องคำพิพากษาที่ถึงสุดให้ลงโทษเพราะเหตุเมาสุรา หรือของเมาอย่างอื่น ขับรถโดยใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ขับรถโดยประมาทน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น กรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันทีและบุคคลนั้นจะไม่สามารถขอรับใบอนุญาตขับรถได้อีกจนกว่าจะพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ทั้งนี้ การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเป็นไปเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยบนท้องถนน คัดกรองผู้ขับรถที่ไม่มีคุณภาพออกจากท้องถนนเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก ซึ่งทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่นๆ นายธีระพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกดำเนินมาตรการเพื่อการป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักในการขับขี่อย่างปลอดภัย เช่น ลดการใช้ความเร็ว ง่วงไม่ขับ เมาไม่ขับ รวมถึงการใช้มาตรการทางกฎหมายสำหรับผู้ขับรถที่เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาเหตุอันเกิดจากความประมาท หรือขาดสติจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถ ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะกรณีอุบัติเหตุที่เกิดกับรถจักรยานซึ่งแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ไม่เฉพาะการใช้มาตรการทางกฎหมายลงโทษผู้ขับรถกระทำความผิดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันสร้างความตระหนักให้เกิดจิตสำนึกแห่งการขับขี่ปลอดภัย และปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เช่น ไม่วิ่งรถในไหล่ทาง ไม่วิ่งย้อนศร วิ่งรถชิดซ้าย ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด […]


