Other
กรมอุทยานฯประกาศผู้ที่มีงาช้างบ้าน ต้องมาแจ้งการครอบครองภายในวันที่ 21 เม.ย.นี้
นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เปิดให้ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ แจ้งการครอบครองงาช้างบ้านได้จนถึงวันที่ 21 เมษายนนี้ หากฝ่าฝืนไม่แจ้งการครอบครองงาช้างบ้าน มีโทษปรับไม่เกิน 3,000,000 บาท ส่วนร้านค้างาช้างมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขอบคุณรูปจาก http://sv5.postjung.com/
กรมอุตุฯประกาศเตือนพายุฤดูร้อน ระหว่างวันที่ 21-24 เมษายนนี้
บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน ได้เคลื่อนลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนกลางแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในช่วงวันที่ 21-24 เมษายน 2558 ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ โดยเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา จังหวัดที่อากาศร้อนสุดคือ จังหวัดเลย อุณหภูมิ 42.2 องศาเซลเซียส และจังหวัดสุโขทัย อุณหภูมิ 42 องศาเซลเซียส ขอบคุณรูปจาก http://img.tnews.co.th/
“โทนี่ เฟอร์นานเดส” ผู้บริหารกลุ่มแอร์เอเชีย จัดลำดับเป็น 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลของโลก
นิตยสารไทม์ (Time Magazine) ได้จัดลำดับให้นายโทนี่ เฟอร์นานเดส ติดอันดับ 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลของโลกประจำปี 2558 ทั้งนี้การจัดลำดับผู้ทรงอิทธิพลของนิตยสารดังกล่าว จัดขึ้นยาวนานกว่า 12 ปีแล้ว โดยผู้เข้ารอบส่วนใหญ่ได้แก่ นักเคลื่อนไหว ผู้คิดค้นนวัตกรรม ตลอดจนผู้ที่ประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ ระดับโลก ด้วยวิสัยทัศน์ของโทนี่ เฟอร์นานเดส ได้ร่วมกับคามารูดิน บิน เมอรานัน ก่อตั้งสายการบินแอร์เอเชียขึ้นในปี 2544 จากการซื้อกิจการสายการบินต่อจากเจ้าของสัญชาติมาเลเซีย ในราคาเพียง 1 ริงกิต (ประมาณ 0.30 เหรียญสหรัฐฯ) ที่มาพร้อมกับภาระหนี้สินกว่า 11 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อมาบริหาร นับเป็นจุดเริ่มต้นสู่ “ภาพใหม่” ของอุตสาหกรรมการบินในภุมิภาคอาเซียนและเอเชีย […]
รถไฟฟ้ากรุงเทพตรวจเช็คสุขภาพผู้โดยสารฟรี กับกิจกรรม “M Care สุขภาพดี ชีวีปลอดภัย ปี 6”
บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)(BMCL) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT จัดกิจกรรม “M Care สุขภาพดี ชีวีปลอดภัย ปี 6” ให้ผู้โดยสารตรวจเช็คสุขภาพ ฟรี! กับโรงพยาบาลและสถาบันชั้นนำ อาทิ ตรวจสุขภาพตามธาตุเจ้าเรือน ตรวจสุขภาพ(แมะ)แพทย์แผนจีน ตรวจสุขภาพ(แมะไฟฟ้า) บริการนวดเพื่อสุขภาพ โยคะรักษาโรค Office Syndrome และพบองค์ความรู้ในการดูแลสุขภาพและความปลอดภัย พร้อมรับฟังบรรยายเรื่อง “สุขภาพดีกับแพทย์แผนจีน” สามารถร่วมกิจกรรมดีๆได้ตั้งแต่วันที่ 22-24 เม.ย.58 เวลา 13.00 – 18.30 น. ณ รถไฟฟ้า MRT สถานีพหลโยธิน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. […]
ส.อ.ท.จี้คลังเร่งคลอดสินเชื่อ 4% เร็วที่สุด
ส.อ.ท.เร่งคลังทำคลอดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ย 4% วงเงิน 1.5 หมื่นล้านเพื่อ เพิ่มสภาพคล่องให้เอสเอ็มอี นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.ได้ เสนอไปยังธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และกระทรวงการคลัง ให้เร่งจัดทำโครงการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ย 4% วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ออกมาให้เร็วที่สุด เพื่อช่วยผู้ประกอบการที่กำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ และช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางธุรกิจ ที่ผ่านมา ส.อ.ท.ได้ร่วมประชุมกับเอสเอ็มอีแบงก์ กระทรวงการคลัง สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และหน่วยงานต่างๆ ได้เสนอให้กระทรวงการคลังเร่งทำโครงการสินเชื่อ 4% ออกมาเร็วที่สุด เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไป หากภาครัฐไม่มีโครงการนี้ ผู้ประกอบการไทยจะเดือดร้อนมากตามเศรษฐกิจ ซึ่งผลการหารือดังกล่าว กระทรวงการคลังได้เห็นชอบในหลักการเบื้องต้นแล้ว และกำลังพิจารณาโครงการอยู่ นายจิรบูลย์ กล่าวต่อว่า หากรัฐมีโครงการออกมา จะเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการทุกกลุ่มธุรกิจ รวมถึงธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่มีเงินทุนมาขยายธุรกิจมากขึ้น โดยที่ผ่านมา ผู้ประกอบการจะมีปัญหาเรื่องเข้าถึงสินเชื่อที่ธนาคารไม่ให้สินเชื่อเต็มวงเงิน 100% ทั้งที่ตลาดโลกได้เข้าสู่ค้าปลีกออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่ สวนทางกับตลาดงานแสดงสินค้าที่ยอดขายลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดค้าปลีกออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่และกำลังมาแรงในตลาดโลก คือ ประเทศจีน ที่มูลค่าค้าปลีกจะแซงหน้าประเทศสหรัฐในปีนี้ กลายเป็นตลาดค้าปลีกออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่สุดในโลก […]
” หม่อมอุ๋ย ” ชี้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อได้
รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจรับ ศก.ติดลบยาวตั้งแต่ปี 57 คาดเศรษฐกิจไทยในไตรมาสถัดไปจะกลับมาเติบโตและเดินหน้าต่อได้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ยอมรับว่าเศรษฐกิจของปี 2557 ติดลบต่อเนื่องหลายไตรมาส จนมาถึงรัฐบาลนี้ ซึ่งเมื่อรัฐบาลนี้เข้ามาในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2557 ดัชนีขยับขึ้น โดยมีปัจจัยกระตุ้น คือการเบิกจ่ายงบประมาณมากขึ้น ซึ่งสามารถเร่งการเติบโตได้ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน มีการเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.1 รวมถึงการท่องเที่ยว ที่สามารถเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.4 ส่งผลให้ไตรมาสแรกปี 2558 ดัชนีโตขึ้นร้อยละ 3 ซึ่งมีปัจจัยสำคัญจากการท่องเที่ยวมากที่สุด จึงเชื่อว่าไตรมาสต่อไป เศรษฐกิจโดยรวมจะดีขึ้นต่อเนื่อง โดยรัฐได้ออกใบอนุญาตผู้ประกอบการรายย่อยมากขึ้นกว่า 4 พันแห่ง และมีเม็ดเงินเบิกจ่ายต่อเนื่อง ซึ่งหากส่งออกกลับมาก็จะมีส่วนช่วยผลักดันอัตราการขยายตัวได้ อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าชะลอตัวจริงๆ การส่งออที่กฉุดในช่วง 3 เดือนเชื่อว่าในอนาคต 3 เดือนถัดไปน่าจะดีขึ้น เศรษฐกิจน่าจะกลับมาโตเหมือนเดิม เศรษฐกิจในไตรมาสถัดไปน่าจะเดินต่อได้ การใช้จ่ายภาคครัวเรือนค่อยๆดีขึ้น การลงทุนภาครัฐค่อยๆ ออกมาเพิ่มขึ้นมีการลงนามในสัญญาผูกพันมากกว่าที่ผ่านมา ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่าภาพรวมเศรษฐกิจควรจะคึกคักกว่านี้ แต่ที่ยังคึกคักไม่เต็มที่ เป็นผลจากการจัดระเบียบสังคมและการเคร่งครัดกับธุรกิจที่ผิดกฎหมายจึงส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ แต่มองว่าหลังจากนี้เมื่อมีการเดินหน้าปฏิรูปและจัดระเบียบให้ถูกต้อง ก็เชื่อว่าเศรษฐกิจจะกลับมาเติบโตได้มากกว่านี้ […]
ความเคลื่อนของกลุ่มอนุรักษ์ หวั่นกระทบส่งออกน้ำมันปาล์มไทย
สมาพันธ์เกษตรกรแห่งชาติอิตาลี (Coldiretti) ชี้ สถิติการนำเข้าน้ำมันปาล์มในอิตาลีที่เพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณเตือนในเรื่อง “การบุกรุกของผลิตภัณฑ์บ้านเกิดของน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ และอาหารเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมชี้ให้เห็นมุมมองเรื่องสารอาหารและสิ่งแวดล้อม” ในปัจจุบันประเทศไทย จะมีการส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ำมันเพื่อทดแทนสินค้าเกษตรประเภทอื่น ๆ ที่มีราคาตกต่้ำ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร และยังสามารถตอบสนองความต้องการและแนวโน้มตลาดโลก รวมถึงในอิตาลีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ความนิยมในการเปลี่ยนมาใช้น้ำมันปาล์มเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากน้ำมันปาล์มสามารถควบคุมอุณหภูมิได้ประกอบกับภาวะทางเศรษฐกิจที่ต้องเผชิญ ส่งผลให้ผู้ประกอบการชาวอิตาเลียนเปลี่ยนมาใช้น้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบ จากเดิมที่เคยใช้เนยหรือน้ำมันมะกอก เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่ามาก ทั้งนี้สมาพันธ์เกษตรกรแห่งชาติอิตาลี (Coldiretti) ชี้ สถิติการนำเข้าน้ำมันปาล์มในอิตาลีที่เพิ่มขึ้นถึง 19% ในด้านปริมาณเพิ่มสูงกว่า 1.7 พันล้านกิโลกรัมในปี 2557 ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตัวเลขการนำเข้านี้ เป็นสัญญาณเตือนในเรื่อง “การบุกรุกของผลิตภัณฑ์ในพื้นที่บ้านเกิดของน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ และอาหารเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมชี้ให้เห็นมุมมองเรื่องสารอาหารและสิ่งแวดล้อม” เนื่องจาก น้ำมันปาล์มที่มีต้นทุนค่าใช้จ่ายต่ำ และมีแนวโน้มที่จะเข้ามาแทนที่ไขมันที่บริสุทธิ์กว่าเกือบทุกประเภท เช่นในอาหารสำหรับเด็ก […]
การส่งออกสิงคโปร์เติบโตสูงสุดในรอบ 3 ปี
การส่งออกของสิงคโปร์ในเดือนมีนาคมขยายตัวสูงสุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากยอดขายในสหรัฐและยุโรปพุ่งสูงขึ้น สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นเตอไพรซ์ สิงคโปร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการค้าของรัฐบาลสิงคโปร์ กล่าวในแถลงการณ์ว่า การส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non-Oil Domestic Export: NODX) พุ่งสูงขึ้น 18.5% ในเดือนมีนาคมจากปีก่อน ซึ่งนับเป็นการเติบโตของการส่งออกที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2555 โดยการส่งออกที่เติบโตสูงในเดือนมีนาคม เปรียบเทียบกับการส่งออกที่หดตัว 9.7% ในเดือนกุมภาพันธ์ และแสดงว่าดีมานด์โลกอาจจะกำลังฟื้นตัว การส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่น้ำมันไปยังสหภาพยุโรป ขยายตัว 56.2% ในเดือนมีนาคม เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากการเติบโตในผลิตภัณฑ์ยาและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, ยอดขายในสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้น 19% เทียบกับการเติบโต 7.5% ในเดือนกุมภาพันธ์, การส่งออกไปจีน ขยายตัว 1.1% ในเดือนมีนาคม เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เปรียบเทียบกับการหดตัว 22.7% ในเดือนกุมภาพันธ์ นาง Selena Ling นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารโอเวอร์ซี-ไชนีส แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เราไม่ได้เห็นตัวเลขที่น่าตื่นตะลึงมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ต้องดูต่อไปว่าจะมีความยั่งยืนหรือไม่ […]
สถานะตลาดแค๊ตตาล๊อคช๊อปปิ้งและการจำหน่ายออนไลน์ในญี่ปุ่น
การจำหน่ายสินค้าโดยไม่ผ่านร้านค้าในญี่ปุ่น กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เป็นผลมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความเชื่อถือกับช่องทางดังกล่าวมากขึ้น ประกอบกับการเติบโตของโลกออนไลน์ในญี่ปุ่นเป็นส่วนประกอบ ในญี่ปุ่น การจำหน่ายสินค้าโดยไม่ผ่านร้านค้ามี 4 รูปแบบใหญ่ๆ ได้แก่ การจำหน่ายผ่านแคตตาล๊อค (Catalogue shopping)และการจำหน่ายออนไลน์ (On-line shopping) การจำหน่ายผ่านสื่อโทรทัศน์-วิทยุ (TV-Radio Shopping) และการจำหน่ายผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ (Newspaper shopping)โดยมีการประมาณการขนาดตลาดโดยรวมทุกประเภทคิดเป็นมูลค่า 5.6 ล้านล้านเยน(ประมาณ 1.7ล้านล้านบาท) และเมื่อเทียบกับมูลค่าการจำหน่ายของห้างสรรพสินค้ารวมทั่วประเทศของญี่ปุ่นในปี 2014 ซึ่งมีมูลค่า 6.2 ล้านล้านเยน จึงนับว่าเป็นช่องทางจำหน่ายที่สำคัญที่สุดประเภทหนึ่งในตลาดญี่ปุ่น โดยในปี 2014 ได้ขยายตัวในอัตราร้อยละ 8.8 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รวมทั้งยังมีแนวโน้มขยายตัวอยู่ต่อไป ในช่องทางจำหน่าย 4 ประเภทดังกล่าวข้างต้น การจำหน่ายผ่านแคตตาล๊อค หรือ Catalog Shopping จัดว่าเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคญี่ปุ่นเป็นอย่างสูงเรื่อยมา ต่อมาเมื่อได้เริ่มมีการใช้อินเตอร์เนทกันแพร่หลายมากขึ้น มีแนวโน้มว่าการจำหน่ายออนไลน์จะได้รับความนิยมเหนือกว่าการจำหน่ายผ่านแคตตาล๊อค แต่จากการสำรวจความเห็นของผู้บริโภคญี่ปุ่นพบว่า ยังคงมีความนิยมซื้อหาสินค้าผ่านแคตตาล๊อคอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคมองว่ามีความน่าเชื่อถือสูงกว่าการซื้อผ่านออนไลน์ โดยเฉพาะการอธิบายเกี่ยวกับสินค้ามีความชัดเจนและละเอียดมากกว่าสินค้าออนไลน์ และสำหรับกลุ่มผู้สูงวัยซึ่งอาจมีความไม่ชำนาญนักกับขั้นตอนการสั่งซื้อทางอินเตอร์เนท จึงยังคงมีความนิยมการซื้อผ่านแคตตาล๊อคอยู่ ดังนั้น พบว่าบริษัทในธุรกิจประเภทนี้ส่วนใหญ่จะมีบริการทั้งการจำหน่ายออนไลน์และแคตตาล๊อคไปควบคู่กัน […]
นิวซีแลนด์มองหาการเติบโตในออสเตรเลีย
รัฐมนตรีคลังนิวซีแลนด์ กล่าวว่า ออสเตรเลียมีงานต้องทำอีกมากในการฟื้นความสามารถเชิงแข่งขัน แต่แนวโน้มไม่ได้มืดมนอย่างที่เคยคิด วอลสตรีทเจอนัลด์ รายงานว่า นายบิล อิงลิช (Bill English) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของนิวซีแลนด์ กล่าวแสดงความเห็นถึงประเทศออสเตรเลียหลังจากไปเยือนเมืองหลวงของออสเตรเลียเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์และได้พูดคุยกับภาคธุรกิจในประเทศ ซึ่งซื้อสินค้าส่งออกจากนิวซีแลนด์คิดเป็น 20% โดยนายอิงลิช กล่าวว่า หลังจากเติบโตมา 30 ปีและธุรกิจแร่ธาตุที่ขยายตัวสูง ออสเตรเลียก็มีความสามารถเชิงแข่งขันน้อยลงกว่าที่เคยเป็น และยิ่งออสเตรเลียเปิดรับการปฏิรูปเศรษฐกิจรอบใหม่ได้เร็วเท่าใด ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อนิวซีแลนด์ นายอิงลิช กล่าวว่า นิวซีแลนด์ทำได้ดีขึ้นเมื่อออสเตรเลียดีขึ้นกว่าเดิม เรื่องราวความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจนิวซีแลนด์เปรียบเทียบกับออสเตรเลีย ถูกบอกเล่าผ่านอัตราแลกเปลี่ยนของนิวซีแลนด์ ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับออสเตรเลียดอลลาร์เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มีการลอยตัวค่าเงินนิวซีแลนด์ดอลลาร์ในปี 1985 ทั้งนี้ทั้งออสเตรเลียนและนิวซีแลนด์ดอลลาร์ถูกพิจารณาว่าเป็นสกุลเงินที่มีความเสี่ยง เนื่องจากทั้งสองสกุลเงินมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวตามราคาโภคภัณฑ์ที่ผันผวน แต่บ่อยครั้งเงินทั้งสองสกุลก็เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เส้นทางของทั้งสองสกุลเงินได้เริ่มจะเคลื่อนไปคนละทิศทาง ในขณะที่เศรษฐกิจออสเตรเลียยังอยู่ภายใต้แรงกดดัน เนื่องจากการขยายตัวในการลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองเป็นเวลานานนับทศวรรษได้อ่อนแรงลง ในขณะที่เศรษฐกิจนิวซีแลนด์มุ่งไปข้างหน้า โดยเศรษฐกิจนิวซีแลนด์ยังขยายตัวต่อเนื่องในไตรมาสสี่ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับราคาที่ลดลงของผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม (dairy) เนื่องจากภาคเกษตรกรรมอื่นๆของนิวซีแลนด์ยังทำผลงานได้ค่อนข้างดี นอกจากนั้น งบประมาณ 4 หมื่นล้านนิวซีแลนด์ดอลลาร์สำหรับการก่อสร้างใหม่ของเมืองไครสต์เชิร์ช ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของนิวซีแลนด์ หลังจากเจอซีรีย์แผ่นดินไหวในปี 2010 และ 2011 ก็ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เศรษฐกิจนิวซีแลนด์ขยายตัว 3.5% ในปี […]
ไทย – กัมพูชา ผลักดันแพคเกจทัวร์ร่วมกัน
ไทย – กัมพูชา เห็นพ้องในการผลักดันการจัดทำแพคเกจทัวร์ร่วมกันระหว่างสองประเทศ ซึ่งรัฐมนตรีกัมพูชาได้มีการเสนอให้ไทยจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวกัมพูชา เพื่อพัฒนาบุคลากร และลดความยากจนของประชาชนตามแนวชายแดน จากการประชุมทวิภาคี ว่าด้วยความร่วมมือการท่องเที่ยวระหว่าง นาย โทง คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกัมพูชา และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไทย ได้เห็นพ้องต้องกันในการผลักดันการจัดทำแพคเกจทัวร์ร่วมกันระหว่างสองประเทศ อาทิ การเยี่ยมชมสถานที่มรดกโลกปราสาท นครวัด ปราสาทเขาพระวิหาร ปราสาทและสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดอยุธยา ซึ่งรัฐมนตรีกัมพูชาได้มีการเสนอให้ไทยจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวกัมพูชา เพื่อพัฒนาบุคลากร และลดความยากจนของประชาชนตามแนวชายแดน ทั้งนี้ประเทศกัมพูชา และไทย เป็นประเทศที่มีความงดงามทางด้านวัฒนธรรมสูง การจัดแพคเกจทัวร์ร่วมกันถือเป็นช่องทางในการหารายได้เข้าประเทศที่ดี นอกจากนี้ ยังจะสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศได้ดีอีกด้วย และด้วยอานิสงส์ดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมให้ ประชาชนตามแนวชาแดนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชาจะคึกคักมากขึ้น เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาจากหลากหลายทิศทางนั่นเอง
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคออสเตรเลียหดตัวลงก่อนการประกาศแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558
ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคออสเตรเลียหดตัวลงเนื่องจากผู้บริโภควิตกกังวลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศ แม้ว่าผู้บริโภคจะเห็นว่าเป็นโอกาสดีในการลงทุนซื้อบ้านก็ตาม ในเดือนเมษายน ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคหดตัวลงเนื่องจากผู้บริโภควิตกกังวลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศ แม้ว่าผู้บริโภคจะเห็นว่าเป็นโอกาสดีในการลงทุนซื้อบ้านก็ตาม ผลสำรวจจากผู้บริโภคจำนวน 1,200 คนโดย Melbourne Institute และ ธนาคาร Westpac พบว่าในเดือนเมษายน ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (ปรับตัวตามฤดูกาล) หดตัวลงร้อยละ 3.2 ตั้งแต่ The Reserve Bank Of Australia (RBA) ประกาศรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยคงที่ แต่ก็อาจจะปรับลดลงอีกหากมีความจำเป็น นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคาร Westpac ให้ความเห็นว่า เป็นเพราะความผิดหวังที่ธนาคารกลางไม่ยอมปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง อีกทั้งการประกาศแผนงบประมาณรายจ่ายในเดือนหน้าก็จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้ลดลงไปอีก เนื่องจากแผนงบประมาณประจำปีส่วนใหญ่จะกระทบต่อรายได้ในภาคครัวเรือน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ผลสำรวจดังกล่าวยังคาดการณ์ ภาพรวมของเศรษฐกิจออสเตรเลียในอีก 5 ปี ข้างหน้าว่าจะหดตัวลงสูงถึงร้อยละ 10.2 และลดลงร้อยละ 6.7 ในอีก 12 เดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความวิตกกังวลของผู้บริโภคต่อภาพรวมของเศรษฐกิจ ผู้บริโภคก็เห็นว่าเป็นโอกาสดีในการซื้อบ้านและสินค้าในครัวเรือนซึ่งมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 5.9 ในเดือนเมษายน จากความรุ่งเรืองของธุรกิจที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะในเขตซิดนีย์และเมลเบิร์น และมีโอกาสสูงที่ RBA […]
นายกฯ ห่วงเอสเอ็มอีขอรับส่งเสริมการลงทุนน้อย
นายกฯห่วงเอสเอ็มอีขอรับส่งเสริมน้อย ด้านสมาคมเอสเอ็มอีเตรียมหารือกับทางบีโอไอปลายเดือนนี้ นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมส่งเสริมการลงทุนหรือบอร์ดบีโอไอ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ผ่านมา ได้บอกกับทางที่ประชุมถึงให้ภาครัฐพยายามผลักดันส่งเสริมการลงทุนให้มากขึ้นจากที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี ให้เข้ามาขอรับการส่งเสริมให้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันเอสเอ็มอีมีอยู่เป็นจำนวนกว่า 2.7 ล้านรายทั่วประเทศ แต่มาขอรับการส่งเสริมในสัดส่วนที่น้อยมาก ถึงแม้ที่ผ่านมาทางบีโอไอจะพยายามออกมาตรการหรือผ่อนปรนเงื่อนไขบางประกาศไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่จูงใจให้เอสเอ็มอีเข้ามาขอรับส่งเสริมการลงทุน ทั้งนี้ ทางสมาคมจึงได้หยิบยกมาหารือ เพื่อที่จะหาทางออกในเรื่องดังกล่าว โดยจะร่วมกับทางบีโอไอไปพิจารณาดูว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้างที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการขอรับส่งเสริมการลงทุน มีเงื่อนไขอะไรบ้างที่พอจะสามารถผ่อนปรน หรือแก้ไขปรับลดลงมาได้ ที่จะเป็นการจูงใจให้เอสเอ็มอีเข้าถึงการลงทุนมากยิ่งขึ้น โดยในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ ทางสมาคมจะเริ่มหารือกับทางบีโอไอ หลังจากที่ได้ข้อมูลในระดับหนึ่งที่รับฟังมาจากเอสเอ็มอีแล้ว ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินงานประมาณ 3 เดือน เพื่อให้มาตรการหรือเงื่อนไขการขอรับส่งเสริมการลงทุนใหม่ออกมา และหลังจากนั้นจะนำเสนอบอร์ดบีโอให้ความเห็นชอบในมาตรการดังกล่าว วันนี้หลายฝ่ายจะมองการส่งเสริมการลงทุน จะเน้นไปที่รายใหญ่เป็นสำคัญ แต่รายเล็กให้ความสนใจน้อย จึงทำให้มาตรการส่งเสริมที่มีอยู่ไม่จูงใจพอ หรือมีเงื่อนไขจำนวนมากที่เอสเอ็มอีไม่สามารถเข้าถึงได้ […]
พณ.จัด 260 กิจกรรมช่วยเอสเอ็มอี
พาณิชย์ เผยแผนจัด 260 กิจกรรมช่วยเอสเอ็มอีพยุงช่วงศก.โลกชะลอตัวลุยโรดโชว์เปิดตลาดใหม่ นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 58 กรมฯมีแผนจัดทำกิจกรรม 260 กิจกรรมในการส่งเสริมให้เอสเอ็มอีสามารถทำตลาดสินค้าในต่างประเทศ โดยเน้นในกลุ่มประเทศอาเซียน 49 กิจกรรม, เอเชียใต้ 19 กิจกรรม ตะวันออกกลาง 10 กิจกรรม, รัสเซียและกลุ่มซีไอเอส 9 กิจกรรม, ลาตินอเมริกา 8 กิจกรรม แอฟริกา 7 กิจกรรม พร้อมทั้งส่งเสริมการสร้างแบรนด์สินค้าและฝึกอบรมให้ความรู้ช่องทางด้านการตลาด เพราะต้องการช่วยเอสเอ็มอีให้สามารถทำตลาดได้หรือประคองกิจการให้ได้ในช่วงเศรษฐกิจโลกชะลอตัว การดำเนินกิจกรรมต้องการสร้างคุณภาพให้เอสเอ็มอีดีขึ้น โดยกระทรวงพาณิชย์เน้นรายละเอียดว่าไปโรดโชว์หรือทำตลาดแล้วผู้ประกอบการจะได้อะไรและสานต่อกิจกรรมอย่างไร รวมถึงส่งเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า เช่น ข้าวจะส่งเสริมให้ผลิตน้ำมันรำข้าว จากนั้นจะทำแคมเปญให้ลูกค้าต่างประเทศรับรู้สรรพคุณ ทั้งนี้ สาเหตุในช่วงครึ่งหลังจะให้ความสำคัญในการช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นหลักในการส่งออกไปยังต่างประเทศ เพราะส่วนหนึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มปิโตรเคมี รถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องนุ่งห่ม มีความเข้มแข็งและมีแผนในการปรับตัวช่วงภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอยู่แล้ว โดยการทำตลาดจะเน้นตลาดใหม่ ๆ […]
คลังแนะ ธปท.ลดดอกเบี้ยนอีกรอบหวังพยุงศก.
รมว.คลัง มองลดเพียง 0.25% ไม่ช่วยให้เงินบาทอ่อนค่าหนุนภาคส่งออกได้ จี้ ธปท.ต้องลดดอกเบี้ยนโยบายซ้ำ ด้านหอการค้าไทย ประเมินศก.ปีนี้เหลือ 3.2% นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง กล่าวว่า การดูแลเศรษฐกิจในขณะนี้จำเป็นต้องใช้ทั้งมาตรการทางการคลังและมาตรการทางการเงินเข้ามาช่วยหนุน โดยในส่วนของมาตรการทางการคลังนั้น ขณะนี้ได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังมีมาตรการเข้ามาดูแลอย่างต่อเนื่อง ส่วนมาตรการการเงินที่ผ่านมา จะเห็นว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงมา แต่การลดเพียง 0.25% นั้น ไม่ได้ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อน ดังนั้น จำเป็นต้องทยอยลดดอกเบี้ยซ้ำอีก ทั้งนี้การลดอกเบี้ยครั้งเดียวไม่ช่ว และถือว่ายังไม่รุนแรง ซึ่งโดยทฤษฎีแล้ว การลดดอกเบี้ยจะต้องทยอยลด เหมือนฉีดยาซ้ำ เพื่อดึงดอกเบี้ยให้ลงและช่วยให้เงินบาทอ่อนช่วยส่งออกและลดต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตาม การพิจารณาเรื่องอัตราดอกเบี้ยนั้น เป็นเรื่องของ ธปท.ที่จะดูแลและในวันที่ 22 เม.ย.นี้ กระทรวงการคลังจะแถลงภาพรวมผลงานที่ได้เข้าไปดูแลเศรษฐกิจ ซึ่งโดยภาพรวมถือว่ามีความพอใจกับผลงานตัวเอง สำหรับมาตรการทางการคลังในการดูแลเศรษฐกิจระยะต่อไป ขณะนี้มีมาตรการที่จะเข้าไปสนับสนุนและพัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยนอกจากรัฐบาลจะใส่เงินเพิ่มทุนในกองทุนที่มีศักยภาพแล้ว […]
นายกฯนำแถลงผลงานรัฐบาล 6 เดือน
พล.อ.ประยุทธ์นำแถลงผลงานรัฐบาลรอบ 6 เดือน นโยบาย 11 ด้าน พร้อมแจงการแก้ปัญหาเป็น 3 ระยะ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 6 เดือน โดยมีการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่าหลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จนถึงขณะนี้เป็นเวลา6เดือนแล้ว จากนั้นนายกฯกล่าวชี้แจงถึงการปฎิรูปที่แบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยระยะแรกคือ การระงับยับยั้งการแก้ปัญหาจากการที่รัฐบาลในอดีตมิอาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ระยะที่ 2 การประกาศรัฐธรรมนูญชั่วคราว และการใช้งบประมาณปี 2558 และในปัจจุบันกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศ โดยพยายามที่จะเดินหน้าดำเนินการต่างๆ อย่างเช่น การจัดระเบียบสังคม การวางรากฐานที่มั่นคงให้กับประเทศ และระยะที่ 3 หากรัฐธรรมนูญผ่านได้โดยไม่มีความขัดแย้งจะสามารถจัดเลือกตั้งได้ ฉะนั้นอยู่ที่ประชาชนทั้งประเทศจะเป็นผู้ตัดสินใจ ขณะที่เงื่อนไขต่างๆ […]
โตชิบาเตรียมเปิดตัวหุ่นยนต์บริการลูกค้าในห้าง
โตชิบา จะทำการเปิดตัวหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (humanoid robot) ที่โต๊ะบริการข้อมูลของห้างสรรพสินค้าหรูในกรุงโตเกียวในสัปดาห์หน้า และจะให้คำแนะนำทางเสียงแก่ลูกค้า วอลสตรีทเจอนัลด์ รายงานว่า หุ่นยนต์ที่ดูเหมือนผู้หญิง ชื่อว่าไอโกะ ชิฮิระ (Aiko Chihira) จะพูดแต่ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น โดยหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ของโตชิบาตัวนี้จะแตกต่างจากหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ได้เริ่มให้บริการลูกค้าไปแล้ว เช่น ที่แบงก์ ออฟ โตเกียว มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ โดยหุ่นยนต์ชิฮิระไม่สามารถที่จะมีบทสนทนากับลูกค้า หรือตอบสนองต่อคำถามของลูกค้าได้ แต่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปรากฏตัว, พูด และเคลื่อนไหวให้คล้ายมนุษย์มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ หุ่นยนต์ชิฮิระของโตชิบาสามารถกระพิบตา, ค้อมหัว และเคลื่อนไหวปากอย่างราบรื่น โดยโฆษกของโตชิบา กล่าวว่า หุ่นยนต์ชิฮิระถูกโปรแกรมด้วยการแสดงออกคล้ายมนุษย์ และจะนำเสนอคำแนะนำ 6 นาทีให้กับลูกค้าด้วยข้อมูลเกี่ยวกับห้างสรรพสินค้า รวมถึงกิจกรรมอีเว้นท์ ทั้งนี้หุ่นยนต์ชิฮิระได้ไปปรากฏตัวที่นิทรรศการและอีเว้นท์มาก่อน แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่หุ่นยนต์ตัวนี้จะให้บริการลูกค้า โดยลักษณะของหุ่นยนต์ตัวนี้ไม่ได้ถูกโมเดลขึ้นจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ถูกออกแบบให้สร้างความประทับใจที่เป็นมิตร (friendly impression) จากข้อมูลของโตชิบา หุ่นยนต์ชิฮิระ จะถูกเซ็ตอัพที่ห้างสรรพสินค้ามิตสึโคชิ (Mitsukoshi) ในนิฮอนบาชิ โตเกียวในวันจันทร์และอังคารที่จะถึงนี้ โดยหุ่นยนต์ชิฮิระจะใช้ภาษาท่าทางในการแนะนำตัวเองกับมนุษย์, ในปัจจุบันแอนดรอยส์ตัวนี้จะสามารถเลียนแบบท่าทางที่ง่ายๆของมนุษย์เท่านั้น เช่น การแลกเปลี่ยนการทักทาย เป็นต้น เครดิตภาพจาก http://darkroom.baltimoresun.com/
ธุรกิจแสงทองผ้าใบ สร้างความมั่นคงด้วยการจัดการที่ตรงไปตรงมา
จะมีสักกี่อาชีพที่จะสืบทอดต่อกันมานานเป็นสิบสิบปีได้อย่างมั่นคง ซึ่งนับว่าต้องมีการบริหารงานที่ดี และพยายามที่จะพัฒนาให้อยู่ในความต้องการของผู้บริโภค อย่าง “ธุรกิจแสงทองผ้าใบ” นี้ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นธุรกิจครอบครัวที่ถูกมอบให้ลูกหลานได้สืบทอดต่อกันมา ที่เริ่มจากหนึ่งไปจนถึงร้อย กระทั่งประสบความสำเร็จได้ด้วยดี “คุณวีระพงษ์ เดชาทวีกุล” พี่ชายคนโตของครอบครัวเดชาทวีกุล เจ้าของธุรกิจแสงทองผ้าใบ ซึ่งเป็นทายาทเบอร์หนึ่งที่ต้องเข้ามารับภาระสานต่อกิจการครอบครัว คุณวีระพงษ์ เดชาทวีกุล เล่าว่า ธุรกิจแสงทองผ้าใบก่อตั้งโดยคุณพ่อและคุณแม่เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว โดยเริ่มจากธุรกิจเกี่ยวกับผ้าใบกันแดดกันฝนธรรมดาเท่านั้น แต่ถ้าให้ย้อนเล่าไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ตอนนั้นธุรกิจผ้าใบนี้เป็นธุรกิจขนาดเล็กที่เริ่มทำแค่เพียง 2 คน กระทั่งตอนนี้ภายในบริษัทมีพนักงาน 300 คน มียอดขายเกือบ 400 ล้านบาท แต่ยังไงก็ยังเป็นธุรกิจครอบครัวอยู่ดี จนมาถึงปัจจุบันนี้ ได้แบ่งธุรกิจเป็น 3 ส่วน คือ ธุรกิจติดตั้งเซอร์วิสผ้าใบชักรอก ธุรกิจเต็นท์เช่า และธุรกิจนำเข้าอะลูมิเนียมมาทำกันสาดอะลูมิเนียม ซึ่งภายในครอบครัวตนเป็นพี่ชายคนโต มีน้องชาย 2 คน และน้องสาวอีก 1 คน ซึ่งสมาชิกในครอบครัวมีญาติทั้งหมดประมาณ 10 คนที่เข้ามาช่วยบริหารธุรกิจผ้าใบ “สำหรับตัวผมได้เข้ามาช่วยกิจการครอบครัวหลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเอแบค ตอนนั้นอายุประมาณ 20 […]
ธนาคารกรุงเทพ มอบสิทธิ ‘ซื้อ 1 ฟรี 1’ และส่วนลดสูงสุด 10% สำหรับผู้ถือบัตร
นางสาวมยุรี ตันติภนา เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (กลาง) ในฐานะผู้ร่วมให้การสนับสนุนคอนเสิร์ต Sukie Boyd Somkiat Present BDay Dance Party ร่วมถ่ายภาพกับ คุณสุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ (ที่ 3 จากซ้าย) คุณบอย ชีวิน โกสิยพงษ์ (ที่ 2 จากซ้าย) และคุณสมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ (ที่ 2 จากขวา) ในงานแถลงข่าวเปิดการแสดงคอนเสิร์ต ที่จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2558 […]
พูดอย่างไรให้ได้กำไรงาม
คำพูดเป็นสิ่งที่มีพลังมากในการโน้มน้าวใจ ซึ่งในปัจจุบันการดำเนินธุรกิจมีการแข่งขันสูง การส่งเสริมการขาย จึงเข้ามามีบทบาทอย่างมากในธุรกิจรูปแบบต่าง ๆ ส่งผลให้การพูดถือเป็นหัวใจสำคัญของการขาย ที่จะนำพาธุรกิจให้ไปสู่เป้าหมายที่ต้องการในแต่ละปี หลายครั้งที่ผู้ขายพูดจนลูกค้ายอมซื้อสินค้า ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจไม่ได้มาจากใจลูกค้า แต่เป็นการตัดรำคาญมากกว่าเพราะผู้ขายพูดน้ำไหลไฟดับ จนลูกค้าไม่อยากฟัง อย่างไรก็ดี ถึงแม้จะเกิดการซื้อ แต่ลูกค้าไม่มีความประทับใจ และอาจจะซื้อสินค้านั้น ๆ เพียงครั้งเดียวแล้วไม่มาซื้ออีกเลย สำหรับวิธีการพูดให้ลูกค้าเกิดความประทับใจและมีความสำพันธ์ที่ดีกับผู้ขายนั้น มีทั้งหมด 5 ข้อ คือ 1. 15 วินาที แรกสำคัญไฉน ใน 15 วินาทีแรกนั้น ผู้ขายควรให้ความใส่ใจลูกค้ามาเป็นพิเศษ โดยระหว่างที่ให้ข้อมูลสินค้า ควรสังเกตกิริยาของลูกค้า ว่ายังให้ความสำคัญกับข้อมูลที่ผู้ขายให้อยู้หรือไม่ หากไม่ผู้ขายควรเปลี่ยนกลยุทธใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า โดยการถามถึงควมต้องการของลูกค้าว่าต้องการข้อมูลในส่วนใหนเป็นพิเศษ หรือ ลูกค้ามีความต้องการแบบใด 2. พูดให้มีความเป็นธรรมชาติ การพูดที่ดีความมีความเป็นธรรมชาติ และเข้าใจง่าย ใช้คำศัพท์ให้เหมาะสมกับลูกค้าเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญ ควรชึคำว่า สวัสดี ขอโทษ ขอบคุณ และมีหางเสียง ค่ะ/ครับ อย่างติดปาก […]
แมคโดนัลด์ญี่ปุ่นคาดขาดทุนหนักในปีนี้
บริษัทที่บริหารเชนแมคโดนัลด์ในญี่ปุ่น คาดว่า บริษัทจะขาดทุนอย่างหนักในปีงบประมาณปัจจุบัน และจะทำการปิด 131 สโตร์ วอลสตรีทเจอนัลด์ รายงานว่า ในการเปิดเผยแผนฟื้นฟูธุรกิจที่กำลังประสบความยากลำบาก แมคโดนัลด์ โฮลดิ้ง เจแปน กล่าวว่า บริษัทคาดว่าจะขาดทุนสุทธิ 38,000 ล้านเยน หรือประมาณ 318.8 ล้านดอลลาร์ในปี 2558 และบริษัทเตรียมจะปรับปรุงร้านอาหาร 2 พันร้านในช่วงเวลา 4 ปี ทั้งนี้ยูนิตในญี่ปุ่นของแมคโดนัลด์ ซึ่งเป็นเชนฟาสต์ฟู้ดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต้องประสบกับกรณีปัญหาสิ่งแปลกปลอมหลายกรณี เช่น การพบฟันมนุษย์ปะปนอยู่ในเฟรนช์ฟรายในโอซาก้า และกรณีที่เกิดเหตุในจังหวัดฟุกุชิมะ ซึ่งเด็กคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากพลาสติกแข็งในช็อคโกแลต ซันเดย์ บริษัทยังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากรายงานของสื่อจีนในปีที่แล้ว ที่กล่าวหาซัพพลายเออร์ ช่างไห่ หูสี ฟู้ด (Shanghai Husi Food) ว่าขายเนื้อหมดอายุให้กับแมคโดนัลด์ ทั้งนี้การคาดการณ์การขาดทุนที่ 38,000 ล้านเยนในปีงบประมาณนี้เลวร้ายกว่าการขาดทุน 21,840 ล้านเยนของแมคโดนัลด์ญี่ปุ่นในปี 2557 ซึ่งนับเป็นการขาดทุนครั้งแรกในรอบ 11 ปีของบริษัท แมคโดนัลด์ญี่ปุ่น กล่าวในแถลงการณ์ว่า บริษัทจะดำเนินการทำเรื่องเกษียณอายุก่อนกำหนด (early […]
สมาชิกก่อตั้งธนาคารเอไอไอบีเพิ่มเป็น 57 ประเทศ
สมาชิกก่อตั้งของธนาคารเอไอไอบีเพิ่มเป็น 57 ประเทศ โดยรัฐบาลจีนเตรียมเปิดตัวธนาคารอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนี้ หนังสือพิมพ์โยมิอุริ ชิมบุน รายงานว่า กระทรวงการคลังของจีนได้ประกาศว่า 57 ประเทศได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้งของธนาคารเอไอไอบี หรือธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย โดยแหล่งข่าวกล่าวว่า จีนมีแนวโน้มจะพูดคุยกับสมาชิกก่อตั้ง 57 ประเทศ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆเกี่ยวกับกฏเกณ์หลักในการบริหารธนาคาร (articles of incorporation) และประเด็นพื้นฐานอื่นๆจนถึงช่วงปลายเดือนมิถุนายน จากการเปิดเผยของกระทรวงการคลังของจีน มี 7 ประเทศที่เพิ่งเข้าร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้งของธนาคารเอไอไอบี อาทิ สวีเดน, อิสราเอล, แอฟริกาใต้และโปรตุเกส ทั้งนี้ธนาคารเอไอไอบีจะเป็นหนึ่งในจุดสนใจของการประชุมจี 20 ซึ่งมีรัฐมนตรีกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางจากประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลกเข้าร่วมประชุมในกรุงวอชิงตันในวันพฤหัสและศุกร์ ทั้งนี้นับถึงปัจจุบัน ญี่ปุ่นก็ยังไม่ได้เข้าร่วมธนาคารเอไอไอบี และคาดว่าจะส่งเสียงเรียกร้องครั้งใหม่เกี่ยวกับการปฏิบัติการที่เหมาะสมของธนาคารแห่งนี้และการก่อตั้งมาตรฐานการเงินที่เหมาะสม ประเด็นธนาคารเอไอไอบีน่าจะมีการพูดคุยหารือกันในการประชุมจี 20 ที่กรุงวอชิงตัน เนื่องจากจี 20 ได้ให้ความสำคัญต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในฐานะเป็นพื้นฐานต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก โดยหากธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชียได้รับการสนับสนุนจากการประชุมจี 20 อิทธิพลของจีนน่าจะยิ่งแผ่ขยายในการเงินโลก (global finance) ทั้งนี้ทั่วโลกจับตาว่าแถลงการณ์ร่วมที่จะออกมาหลังการประชุม จะแตะถึงเรื่องธนาคารเอไอไอบีหรือไม่ โดยจากข้อมูลของแหล่งข่าว ญี่ปุ่นและสหรัฐมองว่า การไปอ้างถึงองค์กรเฉพาะ (individual organisations) เช่น ธนาคารเอไอไอบี ในแถลงการณ์ร่วมนั้นไม่มีความจำเป็น เครดิตภาพจาก http://geopolitics.co/
เศรษฐกิจจีนไตรมาสแรกโต 7% ช้าสุดในรอบ 6 ปี
เศรษฐกิจจีนไตรมาสแรกโตเพียงแค่ 7% ซึ่งนับเป็นอัตราการเติบโตรายไตรมาสที่ช้าที่สุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ปี 2552 วอลสตรีทเจอนัลด์ รายงานว่า การเติบโตของเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกที่ 7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว นับว่าชะลอตัวจากการเติบโต 7.3% ในไตรมาสสี่ โดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ช้าลงสร้างแรงกดดันให้กับผู้กำหนดนโยบายให้ผ่อนคลายนโยบายการเงินและการคลัง แม้ว่าจะพยายามหลีกเลี่ยงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ซึ่งอาจจะเพิ่มระดับหนี้และทำให้เกิดภาวะกำลังผลิตส่วนเกินในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมหนัก ทั้งนี้ตัวเลขอื่นๆที่เผยออกมาก็แสดงถึงความอ่อนแอทางเศรษฐกิจของจีน ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์หลายคนมองว่า อาจทำให้ปักกิ่งต้องดำเนินนโยบายเพิ่มเติม โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน เปิดเผยว่า อัตราการเติบโตของการผลิตอุตสาหกรรม, การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร และยอดขายค้าปลีก ต่างถดถอยลง โดยข้อมูลทุกตัวต่างออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ รวมถึงยอดขายบ้านก็ลดลง แม้ว่าจะลดลงน้อยกว่าในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจเติบโตช้าได้ทำให้จีนต้องดำเนินการหลายอย่างในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพิ่มงบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน, ลดค่าไฟฟ้า, ลดดอกเบี้ยสองครั้ง รวมถึงลดต้นทุนการกู้ยืมสำหรับบริษัทในประเทศ โดยนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวในการประชุมกับนักเศรษฐศาสตร์และผู้นำองค์กรธุรกิจในวันอังคารว่า แรงกดดันขาลงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเสริมว่าการเติบโตยังอยู่ในช่วงที่มีเหตุผล (reasonable range) ทั้งนี้จีนกำลังเผชิญกับการสร้างความสมดุลที่เปราะบาง โดยในด้านหนึ่ง พยายามที่จะเปลี่ยนเศรษฐกิจไปสู่การขับเคลื่อนโดยผู้บริโภคมากขึ้น และสร้างความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม ขณะที่ต้องทำให้แน่ใจว่า การเติบโตในการจ้างงานจะอยู่ในระดับสูงเพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการว่างงานขนานใหญ่ (widespread unemployment) และความไม่สงบทางสังคม เครดิตภาพจาก telegraph.co.uk
หอการค้าแนะรัฐเร่งกระตุ้น อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เผยเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ยังไม่ดี หลัง สินค้าเกษตรตก ส่งออกชะลอตัว คนไม่ใช้จ่ายคาดจะเริ่มดีขึ้นในไตรมาส 3 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจ “สถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจไทย ไตรมาส 1 และแนวโน้มปี 2558 ว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกยังไม่ดีขึ้น เพราะธุรกิจโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ยังมีปัญหาด้านการเงิน ขณะที่สินค้าภาคการเกษตรยังตกต่ำ การส่งออกชะลอตัว คนจึงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย แต่ก็ได้รับผลดีจากภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตค่อนข้างดี ทั้งนี้ จากแนวโน้มดังกล่าว ศูนย์ฯ ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 จะยังคงชะลอตัว และจะเริ่มดีขึ้นในไตรมาสที่ 3 และ 4 โดยได้ปรับประมาณการอัตราการเติบโตทั้งปี 2558 ใหม่เป็น 3.2% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 3.5-4% และยังมีความเสี่ยงที่จะเติบโตได้ต่ำกว่า […]
สศช.ชี้จีดีพี Q1/58 โตได้ถึง 3%
สศช.เผยครม.เศรษฐกิจ ประเมินจีดีพีไตรมาส1 โตได้ถึง 3% ส่วนส่งออกจะเห็นสัญญาณบวกได้ขึ้นอยู่กับการส่งออกสินค้าเกษตรว่าจะส่งออกได้มากน้อยแค่ไหน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจว่า สศช.คาดว่า GDP ของไทยในช่วงไตรมาส 1/58 จะโตได้ 3% เป็นผลจากรายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น โดยมีรายงานข้อมูลนักท่องเที่ยวช่วงวันที่ 1 ม.ค.- 15 เม.ย.58 เพิ่มขึ้น 26% บวกกับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ที่สามารถส่งออกได้มากขึ้น ด้านดุลการค้าและดุลบริการไทยดีขึ้น มีเงินทุนไหลเข้ามา ทำให้ดุลการชำระเงินเป็นบวกอยู่ที่ 3,000 ล้านเหรียญฯ ทำให้ฐานะต่างประเทศเรายังดีอยู่ แต่แม้ว่าเราจะมีเกินดุลบัญชีเดินสะพัด อาจจะทำให้บาทแข็งขึ้น แต่เชื่อว่า ธปท.จะดูแลไม่ให้แข็งค่ามากเกินไป เพราะจะส่งผลกระทบต่อภาค SMEs การส่งออกที่ถือเป็นรายได้หลักของประเทศซึ่งมีสัดส่วน 70% ยังอยู่ในสภาวะอ่อนตัวจากเศรษฐกิจโลก แต่ยังประเมินว่าส่งออกทั้งปีจะอยู่ที่ 3.5% นายอาคม กล่าวว่า […]


