เอดีบีชี้การขาดทักษะทำให้ผลผลิตข้าวต่ำในกัมพูชา
รายงานของเอดีบีชี้ว่าการขาดทักษะและความรู้เป็นต้นเหตุสำหรับการไม่พัฒนาในอุตสาหกรรมข้าวในกัมพูชา โดยชาวนากัมพูชาไม่คุ้นเคยกับวิธีทำนาเชิงธุรกิจที่ให้ผลผลิตสูง เว็บไซต์แคมโบเดียเดลี่ รายงานว่า ธนาคารพัฒนาเอเชียหรือเอดีบีจัดทำรายงานที่ได้ไปสำรวจไร่นาจำนวน 750 แห่งใน 3 จังหวัดที่ปลูกข้าวเป็นหลักของกัมพูชา ได้แก่บัตตัมบัง, กำปงธม และทาเคียว โดย 53% ของชาวนากล่าวว่า อุปสรรคหลักในการผลิตข้าวคือความรู้อันจำกัดของพวกเขา ทั้งนี้รายงานที่มีชื่อว่า การพัฒนาผลผลิตข้าวและธุรกิจในกัมพูชา กล่าวว่า ชาวนาควรพยายามปลูกข้าวในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งให้ผลผลิตมากกว่าการปลูกในช่วงฤดูฝนประมาณ 1 ตันต่อเฮกเตอร์ รายงานฉบับนี้กล่าวว่า ชาวนากัมพูชาที่เพาะปลูกในฤดูแล้งส่วนมากจะมีระบบชลประทาน, มีผลผลิตที่สูง, เพาะปลูกบนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า และเป็นเชิงพาณิชย์มากกว่าชาวนาที่ปลูกในฤดูฝน รายงานยังบอกด้วยว่า มีศักยภาพอีกมากที่จะพัฒนาเชิงพาณิชย์เนื่องจาก 1 ใน 3 ของชาวนากัมพูชาปลูกข้าวเพื่อยังชีพเท่านั้น ทั้งนี้การเพิ่มความเข้มข้นของการใช้ที่ดิน, การผลิต และการทำนาเชิงพาณิชย์จะช่วยลดอัตราความยากจนในหมู่ครอบครัวชาวนา อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีศักยภาพของการเพิ่มผลผลิตข้าวผ่านการบริหารจัดการน้ำ, ดิน, สารอาหารและข้าว แต่ชาวนากัมพูชาส่วนใหญ่ก็ไม่ตระหนักถึงประโยชน์นี้ชาวนาส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำการเปลี่ยนแปลงวิธีทำนา สะท้อนถึงการลงทุนที่จำกัดในแง่การพัฒนาทักษะและความรู้สำหรับการเกษตรกรรม และมีเพียง 32%ของชาวนาเท่านั้นที่ใช้ความหลากหลายของเมล็ดพันธุ์ใหม่และ18% ที่ใช้เทคโนโลยีการเตรียมดินที่ดีขึ้น ทั้งนี้ศูนย์เพื่อการศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรม (CEDAC) ซึ่งเป็นเอ็นจีโอด้านเกษตรท้องถิ่นที่ช่วยฝึกเทคนิคการเพิ่มผลผลิตข้าวให้กับชาวนา ได้ประกาศโปรแกรมใหม่เพื่อกระตุ้นให้ชาวนาเปลี่ยนจากการปลูกข้าวเพื่อยังชีพมาเป็นการผลิตเชิงพาณิชย์


