ความเสี่ยงจากการถูกโจมตีด้วยสแปมเรื่อง “โควิด-19” พุ่งขึ้นสูงมาก เตือนธุรกิจต้องตามให้ทัน
ไอบีเอ็มเปิดเผยผลการศึกษา พบจำนวนสแปมที่เกี่ยวกับโควิด-19 เพิ่มขึ้นกว่า 6,000% นับตั้งแต่ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาประกาศยกระดับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้เป็นภาวะการระบาดใหญ่ทั่วโลกในวันที่ 11 มีนาคม โดยอาชญากรไซเบอร์นำประเด็นที่ผู้คนกำลังกังวลทุกรูปแบบมาใช้ในการล่อลวง ผ่านอีเมลฟิชชิงที่ปลอมเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่หน่วยงานส่งเสริมรัฐวิสาหกิจรายย่อยของภาครัฐ องค์การอนามัยโลก ไปจนถึงหน่วยงานที่มอบเงินเยียวยา การศึกษาเรื่องความตระหนักรู้เกี่ยวกับโควิด-19 ของผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็ก โดยไอบีเอ็ม ซิเคียวริตี้ และมอร์นิงคอนซัลต์ มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจถึงการอาศัยสถานการณ์วิกฤติจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในการพยายามหลอกลวงประชาชน โดยเบื้องต้นเป็นการสำรวจในประเทศสหรัฐอเมริกา และพบบทเรียนสำคัญที่น่าจะช่วยให้ประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ เฝ้าระวังมากขึ้น ดังนี้ ภัยจากอีเมลยังอยู่ในอันดับต้น ๆ อีเมลเกี่ยวกับการตรวจสอบเงินเยียวยาและการตรวจโควิด-19 เป็นเหยื่อล่อที่หลอกให้คนเข้าไปคลิกได้มากที่สุด โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจจะคลิกลิงก์หรือเปิดเอกสารแนบในอีเมลที่เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยา ส่วนสถานที่ให้บริการตรวจโควิด-19 ที่อยู่ใกล้เคียงเป็นหัวข้อที่ล่อลวงให้ผู้ตอบแบบสำรวจเข้าไปคลิกได้มากที่สุดเป็นอันดับสอง เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กมีความสับสนเพิ่มขึ้น โดยมีเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กเพียงร้อยละ 14 เท่านั้นที่มีความรู้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับกระบวนการในการเข้าถึงโปรแกรมสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กของภาครัฐ ทั้งๆ ที่เจ้าหน้าที่ได้ออกมาให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ อาชญากรไซเบอร์ได้วางแผนการโจมตีมาเป็นอย่างดีและพร้อมสับเปลี่ยนกลวิธีในการหลอกล่อเหยื่ออยู่ตลอดเวลา โดย IBM X-Force พบว่ามากกว่า 50% ของสแปมที่เกี่ยวกับโควิด-19 ที่ตรวจพบนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดใหญ่ไปทั่วโลก ถูกส่งออกไปในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนเมษายน ซึ่งประจวบเหมาะกับการเปิดโปรแกรมสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กของรัฐบาลสหรัฐฯ […]


