นักเศรษฐศาสตร์ ชี้ “คนละครึ่ง” เม็ดเงินถึงรายย่อย จูงใจใช้จ่ายได้จริง
กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง! นักเศรษฐศาสตร์ มธ. หนุนเดินหน้าโครงการ “คนละครึ่ง” ชี้ เม็ดเงินถึงผู้ค้ารายย่อยผลกระทบโควิด-19 จี้รัฐคลอดมาตรการเพิ่ม โฟกัสธุรกิจท่องเที่ยวขนาดเล็ก ชงปล่อยสินเชื่อ-ช่วยค่าแรงลูกจ้าง ผศ.ดร.ภาวิน ศิริประภานุกูล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้ไม่ได้กระทบกับทุกคนในระดับที่เท่ากัน แต่ผลกระทบหลักกระจุกอยู่กับภาคการท่องเที่ยว ร้านอาหาร ค้าส่ง-ค้าปลีก โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงคือคนตัวเล็ก กลุ่มผู้ค้ารายย่อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งมีความสามารถและทรัพยากรในการข้ามผ่านวิกฤตได้น้อยกว่าผู้ค้ารายใหญ่ ทั้งนี้ จึงมองว่าโครงการคนละครึ่งซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นออกแบบมาค่อนข้างดี จูงใจให้เกิดการใช้จ่ายได้จริง เพราะผู้ซื้อจะรู้สึกว่าราคาสินค้าถูกลงครึ่งหนึ่ง ขณะเดียวกันด้วยข้อกำหนดที่ไม่เปิดให้กิจการรายใหญ่เข้าร่วมโครงการยิ่งทำให้เม็ดเงินกระจายลงสู่กิจการรายย่อยได้เป็นอย่างดี ผศ.ดร.ภาวิน กล่าวว่า สาเหตุที่โครงการคนละครึ่งค่อนข้างมีประสิทธิภาพ ส่วนสำคัญเป็นเพราะการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เกิดภาวะวิกฤต ซึ่งนโยบายจะมีประสิทธิภาพมากกว่าในสภาวะปกติ โดยมีการศึกษาของต่างประเทศที่ยืนยันว่าในช่วงปกติ การใช้จ่ายของภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 1 บาท จะส่งผลต่อเศรษฐกิจเพียง 0.7 บาท แต่ในช่วงวิกฤตหรือช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวอย่างรุนแรงนั้น การกระตุ้นเศรษฐกิจ 1 บาท จะทำให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนเพิ่มเติมถึง 1.8-2.2 บาท ฉะนั้นประสิทธิภาพของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจึงขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของการออกมาตรการ “เมื่อเทียบกับมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” ที่ออกในช่วงสถานการณ์ปกติ […]


