SME News
เชื่อมั่น SMEs ก.ย.59 ปรับตัวลดลง คาด 3 ด.หน้าเพิ่มทุกธุรกิจ
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) กล่าวถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ภาคการค้าและบริการ (ทีเอสเอสไอ)ในเดือนกันยายน 2559 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวลดลงจากเดือนสิงหาคมที่ระดับ 93.6 มาอยู่ในระดับที่ 91.8 ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยด้านกำไร การลงทุน ต้นทุนและยอดจำหน่ายที่ลดลง ทั้งในภาคการค้าและบริการ มีเพียงสาขาธุรกิจภาคการค้าส่งวัสดุก่อสร้าง ค้าปลีกรถจักรยานยนต์ รถยนต์ บริการโรงแรม เกสต์เฮาส์ บังกะโล และร้านอาหาร ภัตตาคารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลทั้งจากการระมัดระวังในเรื่องการใช้จ่ายของผู้บริโภค เข้าสู่ฤดูฝนและเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยว สถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่ รวมถึงความกังวลต่อการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ การฟื้นตัวที่ล้าช้าของเศรษฐกิจต่างประเทศ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ดี แม้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะปรับตัวลงพอสมควร ดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ยังคงสูงกว่าค่าฐานที่ 100 โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 103.8 ในทุกภาคธุรกิจ แสดงให้เห็นว่า ผู้ประกอบการมีความมั่นใจในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคมในอนาคตว่าจะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งได้รับผลดีจากฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงปลายปี
โอกาส SMEs ตะวันตก อุตฯดันฐานผลิตส่งออก “เมียนมาร์”
ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า สหภาพเมียนมาร์ถือเป็นประเทศที่น่าลงทุนมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เนื่องด้วยการเติบโตของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ในปีที่ผ่านมากว่าร้อยละ 7.8 รวมถึงพื้นที่ของประเทศที่ยังมีทรัพยากรจำนวนมาก การคมนาคมที่สะดวกต่อการขนส่งในเขตชายแดน ประกอบกับนโยบายการพัฒนาประเทศและอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรจึงทำให้ความต้องการสินค้ามากขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับอานิสงส์จากความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับประเทศไทยมีพื้นที่ซึ่งติดกับพม่าในภูมิภาคตะวันตก ที่ผ่านมามีอุตสาหกรรมในภาคดังกล่าวรองรับและเป็นปัจจัยที่เอื้ออำนวยจึงได้เปรียบกว่าประเทศคู่แข่งอื่น ประกอบกับการมีแหล่งทรัพยากรและระบบการคมนาคมขนส่งเป็นหัวใจหลัก ซึ่งในอนาคตจะส่งผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศและเป็นเส้นทางสู่การลงทุน อีกทั้งยังสามารถพัฒนาสู่การเป็นฐานการผลิตหลักที่มีศักยภาพรองรับผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง นายพรเทพ การศัพท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันภาคตะวันตกมีจำนวน SMEs มากกว่า 230,000 กิจการ ในจำนวนนี้มีอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตและเป็นที่ต้องการในเมียนมาร์ทั้งหมด 5 อุตสาหกรรม ประกอบด้วย 1.อุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้างและสาธารณูปโภค 2.อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป 3.อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า 4. อุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร และ 5.อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นสินค้าที่มีการเติบโตเป็นจำนวนมากในภูมิภาคตะวันตก และได้รับการยอมรับในเมียนมาร์ ด้านคุณภาพ โดยตลอดระยะเวลา 10 ปีไทยมีมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นทุกปี และในปีที่ผ่านมา (2558)ไทยมีมูลค่าส่งออกไปยังพม่าได้กว่า 1 แสนล้านบาท จากจำนวนประชากรของพม่าในปัจจุบันที่มีมากกว่า 60 ล้านคน ซึ่งถือเป็นสัญญาณทางการค้าที่ดีที่จะช่วยให้ช่องทางในการส่งออกสินค้า มีการขยายตัวไปในตลาดใหม่ ๆ […]


