ค้าปลีกไทยร่อแร่โควิด-19 ทำสูญเสียรายได้กว่า 5 แสนล้านบาท วอนรัฐฯ เยียวยาก่อนจะสายเกินแก้
“ค้าปลีก” เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วยปัจจัยที่ดูเหมือนว่าจะไม่เอื้ออำนวยสักเท่าไหร่นัก จนทำให้สถานการณ์ของธุรกิจตอนนี้ดูจะไร้หนทาง หากยังไม่มีมาตรการจากภาครัฐฯ เข้ามาช่วยเหลือ แน่นอนว่าผู้ที่ทำธุรกิจค้าปลีกย่อมรู้ซึ้งถึงผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทยที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมออกไปเดินห้างสรรพสินค้าน้อยลงเพื่อหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คนจำนวนมากในที่สาธารณะ ญนน์ โภคทรัพย์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่าธุรกิจค้าปลีกถือว่าเป็นรากฐานของเศรษฐกิจไทย โดยมีผู้ประกอบการมากถึง 1.3 ล้านราย มีการจ้างงาน 6.2 ล้านคน แต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลเสียหายต่อธุรกิจในวงกว้าง ดูได้จากดัชนีค้าปลีกในปี 2563 ที่พบว่าติดลบ 12% คิดเป็นมูลค่า 5 แสนล้านบาท ไม่เพียงเท่านั้นในไตรมาส 1/2564 คาดการณ์ว่าดัชนีค้าปลีกยังคงติดลบ 7-8% นอกจากนี้ สมาคมผู้ค้าปลีก ได้เสนอ 5 มาตรการเยียวยาธุรกิจค้าปลีกให้กับรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ร้านค้าปลีกให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ โดยไม่ต้องปิดตัวลง 1.เพิ่มการจ้างงานเป็นรายชั่วโมง ให้ภาครัฐเพิ่มทางเลือกการจ้างงานเป็นรายชั่วโมง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสอดรับกับบริการเร่งด่วนในแต่ละวัน เป็นการลดอัตราการว่างงาน โดยสมาคมค้าปลีกคาดการณ์ว่าหากดำเนินมาตรการนี้จะก่อให้เกิดการจ้างงานทันทีกว่า 52,000 อัตรา และจะเพิ่มขึ้นเป็น 200,000 อัตราในระยาว 2.ปล่อยสินเชื่อผ่านแพลตฟอร์มค้าปลีก สนับสนุนให้ภาครัฐปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือ SMEs ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ซึ่งจะเข้าถึงเกษตรกร […]


