เปิดใจ สาวไทยหนึ่งเดียวบนเวทีแฟชั่น TOKYO NEW DESIGNER FASHION GRAND PRIX 2019 ประเทศญี่ปุ่น


งานออกแบบ เป็นศิลปะการสร้างสรรค์ผลงานอีกหนึ่งแขนงที่ต้องอาศัยทั้งพรสวรรค์และแรงบันดาลใจอย่างมากในการจะทำผลงานแต่ละชิ้น ให้ออกมาสู่สายตาคนทั่วไป ซึ่งหากบางคนที่มีความชื่นชอบเป็นทุนเดิม เมื่อบวกกับความสามารถที่ติดตัวมาและการศึกษาหาข้อมูล เรียนรู้เพิ่มเติมในสาขาวิชาที่ชอบ ก็อาจจะเป็นใบเบิกทางให้คุณก้าวสู่การเป็นนักออกแบบมืออาชีพและต่อยอดสู่ระดับโลกได้ไม่ยาก

ดวงกมล มณีกุล หรือ ออย นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาออกแบบแฟชั่นดีไซน์ สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ หรือ CIDI Chanapatana ผู้มีผลงานประกวด ‘Horizon Descending’ ติด 1 ใน 25 ของเวที TOKYO NEW DESIGNER FASHION GRAND PRIX 2019 เวทีการประกวดเพื่อค้นหาดีไซเนอร์หน้าใหม่ ที่มีผู้ส่งผลงานที่เข้าร่วมสมัครกว่า 5,879 ผลงาน ถือเป็นคนไทยคนเดียวที่ได้ไปร่วมโชว์ผลงาน ณ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และยังเป็นผลงานการประกวดชิ้นแรกจากผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ด้านการออกแบบดีไซน์มาก่อน

 

 

แอร์โฮสเตส ผู้รักงานออกแบบแฟชั่น

คุณออย เผยถึงที่มาที่ไปของการก้าวสู่การเป็นนักเรียนออกแบบแฟชั่นดีไซน์ว่า จริง ๆ แล้วเธอเรียนจบจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างที่เรียนใกล้จบเพื่อนชวนไปสมัครที่การบินไทยเลยลองไปดู จนตอนนี้ก็ยังทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของการบินไทยมา 17 ปีแล้ว

“….ตอนที่เราทำงาน มีหลายอย่างที่อยากทำ อย่างหนึ่งที่เราเลือกนั่นก็คือการเรียนต่อปริญญาโทด้านภาษา ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยเพราะเราอยากเป็นคุณครูสอนภาษา การเป็นแอร์ฯ เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เราชื่นชอบ แต่ว่าเราก็ชอบด้านการออกแบบแฟชั่นด้วยเหมือนกัน ด้วยความที่เป็นคนชอบวาดรูป ชอบออกแบบ เวลาทำงานก็อาศัยแทรกศิลปะเข้าไปในอาชีพของเรานั่นคือเวลาเราไปตามสถานที่ต่าง ๆ ได้เห็นศิลปวัฒนธรรมของหลากหลายประเทศ ก็จะถ่ายภาพเก็บไว้ และด้วยความที่เราชอบเรียนรู้ ทำให้มีจุดเปลี่ยนอีกอย่างหนึ่งคือการได้เข้าร่วมเวิร์คช็อปของสถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ ซึ่งมาจากการบังเอิญไปเจอทางโซเชียลมีเดียทำให้เริ่มสนใจและลองมาร่วมเวิร์คช็อป สุดท้ายก็ตัดสินใจเรียนที่นี่เพราะมันตอบโจทย์เราได้หมดทั้งการสามารถทำงานไปด้วย และเรียนไปด้วย

 

 

มุมมองต่อวงการแฟชั่นไทย ในเวทีระดับเอเชีย

“…เราถือว่าเราเป็นนักเรียนที่กำลังเรียนออกแบบ ยังเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ อยู่ในวงการนี้ แต่ถ้าให้มองในระดับเอเชียก็คิดว่าดีไซน์เนอร์ระดับแนวหน้าของประเทศนั้น เขามีความสามารถเยอะมาก ผลงานและความคิดสร้างสรรค์เป็นที่ยอมรับในสังคม ซึ่งเราเองก็ใช้สิ่งเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนตัวเอง เพื่อต่อยอดสิ่งที่เรารัก ทั้งนี้ในแต่ละปีนั้นจะมีดีไซน์เนอร์หลากหลายท่าน ทั้งที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว หรือแม้กระทั่งนักออกแบบหน้าใหม่ก็มีสิทธิ์สร้างผลงานเข้าร่วมการประกวดได้

 

 

ออยว่าคนไทยมีความสามารถแล้วก็มีศักยภาพมาก หลาย ๆ คนไม่มีโอกาสที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ด้วยความโชคดีที่มีโรงเรียนที่สอนออกแบบแฟชั่นดีไซน์ในประเทศอย่างสถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ ที่เป็นอีกหนึ่งสถาบันฯ การเรียนรู้ให้กับคนที่รักในการออกแบบมากยิ่งขึ้น

 

Passion of Design : ‘Horizon Descending’

แรงบันดาลใจในผลงานชิ้นนี้เกิดขึ้นจากในห้องเรียน เริ่มจากการเป็น Project Assignment ที่อาจารย์สั่ง ซึ่งเราสามารถเลือกทำได้หลากหลายรูปแบบสำหรับส่งประกวดแข่งขันต่าง ๆ โดยได้เลือกโครงการการประกวดที่นาโกย่า และโตเกียว ปรากฎว่าผลงานที่ส่งได้เข้ารอบเวที TOKYO NEW DESIGNER FASHION GRAND PRIX 2019 ถือว่าเกินความคาดฝันมาก ตอนที่ได้รับอีเมลตอบกลับจากทางผู้จัดงานที่โตเกียวว่าผลงานเราผ่านเข้ารอบ 25 คน ก็ตกใจมาก จนสุดท้ายก็ตัดสินใจไปปรึกษากับอาจารย์ทาเคชิ เคเอ็น อาจารย์ผู้สอนที่สถาบันฯ ท่านก็ช่วยแนะนำเราตั้งแต่เรื่องของการออกแบบจนกระทั่งทำชุดประกวดเสร็จ ส่งไปพรีเซนต์และร่วมเดินโชว์ผลงานที่งานแฟชั่นโชว์เวที TOKYO NEW DESIGNER FASHION GRAND PRIX 2019 ที่โตเกียว เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ถือเป็นความภาคภูมิใจที่สุดของเรา

 

มาถึงเรื่องคอนเซ็ปต์ มันคือการที่เรานำเอาประสบการณ์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่างที่บอกไปคืองานของเราต้องข้องเกี่ยวกับการเดินทาง ซึ่งส่วนตัวนั้นก็ชื่นชอบการถ่ายรูปอยู่แล้ว เมื่อมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ จนได้ไปเยี่ยมชมนาขั้นบันได ที่มณฑลหยวนหยาง ประเทศจีน ก็เกิดเป็นแรงบันดาลใจในผลงานและได้ถ่ายรูปเก็บไว้ เป็นที่มาของ ‘Horizon Descending’ คือภาพของพระอาทิตย์ตกดินของหยวนหยาง มันคือความสวยงามที่เราคาดไม่ถึงว่าเราจะได้เห็น ภาพของผืนนาขั้นบันไดซึ่งเต็มไปด้วยน้ำสะท้อนภาพอาทิตย์กำลังตกดิน เต็มไปด้วยความหลากหลายของสีสเปคตรัม ที่น้ำและฟ้ามาบรรจบกันนี่จึงเป็นที่มาของชื่อผลงานของเรา

 

 

‘Horizon Descending’ สู่การต่อยอด…เติบโต

ผลงานเริ่มเป็นที่รู้จัก ถือเป็นอีกหนึ่ง Step ของการก้าวสู่นักออกแบบแฟชั่นมืออาชีพ ซึ่งเธอได้พูดถึงการต่อยอดผลงานในอนาคตว่า

“…มี Collection ที่ได้ Inspiration มาจากการประกวดที่เราคิดว่าจะนำมาผลิตจริง รวมทั้งในส่วนวิชาแฟชั่นดีไซน์ที่เราได้ศึกษาเพิ่มเติมในปีที่ 2 จะสามารถกลั่นกรองและสะท้อนความเป็นตัวเราลงในผลงานให้มากที่สุด เพราะอาจจะเป็นช่วงของโค้งสุดท้ายในการเรียน ซึ่งจะช่วยให้การค้นหาตัวเองของเราให้มันเริ่มชัดขึ้นเพื่อต่อยอดไปสู่การสร้างแบรนด์ของเราในอนาคต”

Inspiration…..ทิ้งท้าย

“ส่วนตัวเชื่อว่าทุกคนมีความฝัน แต่อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะมีวิธีเดินตามความฝันของตนเองอย่างไร ซึ่งก็มีหนทางอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการหาพรสวรรค์ หรือ พรแสวง ที่แตกต่างกันไป สำหรับออย ถือว่าเราเริ่มจากความชอบแต่ยังขาดประสบการณ์ ก็ต้องหาตัวช่วย ซึ่งเราก็เลือกที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมที่สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ เพราะเราต้องการคนที่เชี่ยวชาญมาคอยชี้แนวทางที่ถูกต้อง สอนว่าเราจะออกจากกรอบความคิดได้อย่างไรบ้าง เรื่องของการออกแบบเป็นเรื่องเฉพาะทาง เราสามารถเรียนรู้ทฤษฎีแล้วก็คอยหาแรงบันดาลใจมาเติมเต็มได้ ได้ทำผลงานจริง ส่งประกวดจริง ทำให้เรารู้แนวทางในการต่อยอดเป็นอาชีพที่เรารักได้ ส่วนผลงานที่ออกมาแล้วได้รับการชื่นชมนั่นถือเป็นรางวัลของชีวิต เป็นกำไรที่ได้จากการเลือกทำในสิ่งที่เรารัก…”

 

 

เป็นอีกหนึ่งสาวเก่งที่ไม่หยุดเดินตามความฝันของตัวเอง แม้จะมีอาชีพการงานที่มั่นคง สิ่งที่เราทราบดีคือทุกคนมีความฝันและไม่ว่าใครก็ฝันได้ อยู่ที่ว่าใครจะเลือกทำให้มันกลายเป็นความจริงและที่สำคัญยังเป็นฝันที่ไกลกว่าที่คิดไว้และต่อยอดสู่ความสำเร็จที่สร้างความภาคภูมิใจให้วงการนักออกแบบแฟชั่นไทยหน้าใหม่ได้อีกก้าวหนึ่งก้าว….บนเวทีระดับเอเชีย