โปรตีนจากคาร์บอน

“โปรตีนจากคาร์บอน” ขุมทรัพย์ Future Food แสนล้านที่ไทยต้องรีบคว้า

เมื่อ “คาร์บอนไดออกไซด์” กำลังจะเปลี่ยนสถานะจากก๊าซเรือนกระจกตัวร้าย สู่ “วัตถุดิบทองคำ” ชิ้นใหม่ในอุตสาหกรรม Future Food นี่คือโอกาสครั้งประวัติศาสตร์ของไทยในการปั้น “โปรตีนจากคาร์บอน” เป็น Product Champion ตัวใหม่ เพื่อคว้าเค้กตลาดโปรตีนทางเลือกแสนล้าน ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน

 

“คาร์บอนไดออกไซด์” ที่เคยเป็นจำเลยสังคม และตัวการสำคัญของวิกฤตโลกร้อน กำลังถูกเปลี่ยนมุมมองครั้งใหญ่ให้กลายเป็น “ทองคำบริสุทธิ์” ของอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่

 

นี่คือจังหวะก้าวสำคัญที่สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ชี้เป้าว่าประเทศไทยต้องรีบกระโจนเข้าใส่ กับนวัตกรรมเปลี่ยนโลกอย่าง “โปรตีนจากคาร์บอน (Carbon-based Protein)” หมุดหมายใหม่ในจักรวาลอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ที่ไม่ได้แข่งขันกันด้วยพื้นที่ทำกินหรือต้นทุนวัตถุดิบทางการเกษตรแบบเดิมๆ อีกต่อไป ทว่าเป็นการดวลกันด้วยเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง (High Value Added Industry) เพื่อดักจับก๊าซเสียจากภาคอุตสาหกรรม แล้วส่งต่อให้จุลินทรีย์เฉพาะทางทำหน้าที่ชุบชีวิตคาร์บอนให้กลายเป็นชีวมวลโปรตีนมูลค่ามหาศาล พลิกโฉมจากมลพิษทางสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้จริง

 

 

เทรนด์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของงานวิจัยในห้องแล็บอีกต่อไป แต่เป็นขุมทรัพย์ใหม่ในยุค Wellness และ Longevity Economy ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยการคาดการณ์จาก SkyQuest Technology ว่ามูลค่าตลาดโปรตีนทางเลือกทั่วโลกจะทะยานจาก 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568 สู่ 3.91 แสนล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2576 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) สูงถึง 18.5% ต่อปี ซึ่งแรงขับเคลื่อนนี้มาจากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนผ่านจากการมองหาเพียงแค่อาหารราคาถูก ไปสู่การโหยหาความยั่งยืน แหล่งที่มาที่ปลอดภัย และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

 

ประกอบกับข้อจำกัดของระบบเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมที่ต้องเผชิญกับภัยแล้งและสภาพอากาศแปรปรวน ยิ่งเป็นตัวเร่งให้โปรตีนจากคาร์บอน—ซึ่งใช้พื้นที่และน้ำน้อยกว่า ตัดวงจรมลพิษจากปศุสัตว์ และผลิตได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี—กลายเป็นคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับความมั่นคงทางอาหารของโลก

 

 

 

สำหรับประเทศไทย นี่คือโอกาสทองในการสร้าง “Product Champion” ตัวใหม่ที่จะพาประเทศหลุดพ้นจากกับดักผู้ผลิตอาหารแปรรูปขั้นต้น ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานระบุว่า เฉพาะปี 2568 ไทยมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคพลังงานสูงถึง 239.6 ล้านตัน ซึ่งหากมองในมุมธุรกิจคาร์บอนต่ำ นี่ยังหมายถึง “คลังวัตถุดิบขนาดใหญ่” ที่รอการหยิบมาสร้างมูลค่าเพิ่ม การผสานจุดแข็งของไทยทั้งในด้านอุตสาหกรรมอาหารที่แข็งแกร่ง เทคโนโลยีชีวภาพที่พร้อมต่อยอด และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่มีอยู่ จะช่วยให้เราสามารถตั้งโรงงานผลิตโปรตีนใกล้แหล่งปล่อยก๊าซเพื่อลดต้นทุนในห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเดินเกมรุกในสมรภูมินี้จึงไม่ใช่แค่การกระตุ้นตัวเลข GDP แต่คือฟันเฟืองชิ้นเอกที่จะพาประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 ได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

ในโลกการค้ายุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเมกะเทรนด์ด้านสิ่งแวดล้อม ใครที่สามารถกุมเทคโนโลยีและสิทธิบัตรได้ก่อน ย่อมเป็นผู้กำหนดเกมและครองความได้เปรียบในระยะยาว การผลักดัน “โปรตีนจากคาร์บอน” ของไทยในวันนี้ จึงต้องอาศัยแรงสปีดและการสนับสนุนอย่างจริงจัง ทั้งในแง่การลงทุน เม็ดเงินวิจัย และการวางมาตรฐานกฎเกณฑ์ที่เอื้อต่อการเติบโต เพื่อเปลี่ยนผ่านจาก “ผู้ผลิตอาหารดั้งเดิม” สู่การเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต” ของภูมิภาคอย่างเต็มภาคภูมิ เพราะในสมรภูมิที่ความยั่งยืนเท่ากับความอยู่รอด “ผู้ที่เริ่มก่อน ย่อมได้เปรียบก่อน” และนี่คือโอกาสครั้งประวัติศาสตร์ที่ไทยจะเปลี่ยนวิกฤตคาร์บอนให้เป็นนวัตกรรมกู้โลกพร้อมสร้างเม็ดเงินมหาศาลไปพร้อมกัน

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ