ข้อเท็จจริง 13 พืชสมุนไพรกับความเป็นวัตถุอันตราย


การขึ้นทะเบียน 13 สมุนไพรเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 โดยถอดออกจากวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ด้วยเหตุผลที่ว่า การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้เพื่อเอื้อให้เกษตรกรเข้าถึงและใช้ประโยชน์มากขึ้น กลับกลายเป็นเรื่องร้อนในสังคมเกษตรขึ้นอีกครั้ง

13 พืชสมุนไพรที่เป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ ได้แก่ สะเดา, ตระไคร้หอม, ขมิ้นชัน, ขิง, ข่า, ดาวเรือง, สาบเสือ, กากเมล็ดชา, พริก, ขึ้นฉ่าย, ชุมเห็ดเทศ, ดองดึง และหนอนตายหยาก ซึ่งเป็นสมุนไพรที่อยู่คู่ภูมิปัญญาเกษตรกรมานานหลายทศวรรษ นับตั้งแต่ประเทศไทยเริ่มตื่นตัวเรื่องเกษตรเคมี จึงหันมาปรับใช้วิธีอินทรีย์ พึ่งพาความรู้ด้านสมุนไพร และนำสมุนไพรดังกล่าวมาใช้เป็นส่วนผสมหลักในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช ซึ่งให้ผลดีและช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ในระดับหนึ่ง

พืชสมุนไพรทั้ง 13 ชนิดที่เกษตรกรนิยมนำมาใช้ทางการเกษตร และใช้เกี่ยวกับการรักษาโรคเบื้องต้นตามภูมิปัญญาไทยที่ถ่ายทอดกันมาตั้งแต่โบราณกาล ได้ถูกกำหนดว่าเป็นวัตถุอันตรายทั้งๆ ที่พืชสมุนไพรนั้นเป็นสิ่งที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตอย่าง “พืช” ไม่ใช่ “วัตถุ” ตามที่พจนานุกรมไทย พ.ศ.2560 ให้ความหมายว่า “วัตถุ” เป็น “สิ่งของ”

ล่าสุดมีการรื้อเรื่องพืชสมุนไพร 13 ชนิด ขึ้นมาใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับพืชสมุนไพรทั้ง 13 ชนิดจากวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ซึ่งมีข้อกำหนดเงื่อนไขมากกว่าวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ตามประกาศบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ.2546 ลำดับที่ 103 และ 104 ถึงการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ครอบครอง ของวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ระบุว่า

หากจะมีการผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครอง ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อน และขึ้นทะเบียนตามขั้นตอน (หลายขั้นตอน) เสียค่าธรรมเนียม 5,000 บาท โดยผู้ที่จะผลิตหรือนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 จะต้องได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนก่อน จึงจะสามารถแจ้งดำเนินการเพื่อผลิตหรือนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ได้ จึงจะสามารถรับใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าวัตถุอันตรายในกรณีของวัตถุอันตรายได้

ดังนั้นเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงประโยชน์ของสมุนไพรทั้ง 13 ชนิด จึงนำมาสู่การเปลี่ยนให้พืชสมุนไพรทั้ง 13 ชนิดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถนำสารธรรมชาติหรือพืชที่อยู่ตามธรรมชาติ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการควบคุมศัตรูพืช เนื่องจากกลุ่มวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 จะมีความเป็นอันตราย หรือความเป็นพิษน้อยกว่าวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 และมีขั้นตอนสะดวกต่อการนำไปใช้มากกว่า เพียงแค่แจ้งแต่ไม่ต้องขึ้นทะเบียน ซึ่งกับถือว่าเป็นเรื่องดี

แต่เสียงคนในวงการเกษตรก็มีการกล่าวถึงว่า “จะดีกว่ามั้ยที่จะปล่อยให้พืชสมุนไพรไทยทั้ง 13 ชนิด เป็นเพียงพืชสมุนไพรแต่ไม่ใช่วัตถุอันตราย”

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : ข้อเท็จจริง 13 พืชสมุนไพรกับความเป็นวัตถุอันตราย

www.bangkokbanksme.com