ทุกเย็น หน้าปากซอยหลายแห่งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จะมีภาพที่คุ้นตา คือกองพัสดุลังเล็กลังใหญ่วางเรียงรายรอเจ้าหน้าที่มารับ เจ้าของร้านสะดวกซื้อเล็กๆ ที่เคยขายแค่ของชำ วันนี้กลายเป็น “จุดรับพัสดุ” ที่มีลูกค้าแวะเวียนทั้งวัน นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลพวงตรงจากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
สิ่งนี้กำลังเป็นเทรนด์ที่พฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ด้วยความสะดวกสบายของเทคโนโลยีทำให้มีช่องทางการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์เข้ามาเป็นตัวเลือกในการสั่งซื้อสินค้าในยุคปัจจุบัน โดยตลาดอีคอมเมิร์ซไทยปี 2569 คาดว่าจะมีมูลค่าราว 1.15 ล้านล้านบาท เติบโตประมาณ 7% จากปีก่อนหน้า และคิดเป็นสัดส่วนใกล้ 30% ของตลาดค้าปลีกทั้งหมด
ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการซื้อของออนไลน์ไม่ใช่ทางเลือกรองอีกต่อไป แต่กลายเป็นพฤติกรรมหลักของผู้บริโภคไทย
ผลลัพธ์คือ “จุดรับ-ส่งพัสดุ” กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานเล็กๆ ที่แทรกอยู่ในทุกชุมชน และเป็นธุรกิจที่ความต้องการวิ่งตามหลังพฤติกรรมผู้บริโภคแบบไม่มีทีท่าจะหยุด
จุดที่ทำให้ธุรกิจนี้ต่างจากธุรกิจ SME อื่น คือมันไม่จำเป็นต้อง “ทิ้งงานประจำ” มาทำเต็มตัว เจ้าของร้านชำ ร้านซักรีด หรือแม้แต่บ้านที่มีพื้นที่หน้าบ้านว่าง สามารถเพิ่มบริการรับ-ส่งพัสดุเป็น “ธุรกิจเสริม” ควบคู่กับกิจการเดิมได้ทันที โดยไม่ต้องเปลี่ยนโมเดลธุรกิจทั้งหมด

จุดขายของโมเดลนี้คือการเป็น Cross-traffic Strategy คนที่มารับ-ส่งพัสดุ มักจะกลายเป็นลูกค้าซื้อของในร้านไปด้วย ทำให้ร้านเดิมได้ทั้งรายได้จากค่าคอมมิชชั่นพัสดุ และยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากทราฟฟิกคนเดินเข้าร้าน สำหรับคนที่ยังไม่มีร้านเลยแต่มีเวลาว่างช่วงเย็นหรือวันหยุด นี่ก็เป็นโมเดลที่ลงทุนต่ำและบริหารเวลาเองได้ ไม่ต้องมีพนักงาน ไม่ต้องเปิดเต็มเวลาแบบธุรกิจอื่น
เจาะโมเดลธุรกิจ ลงทุนเองหรือซื้อแฟรนไชส์ แบบไหนคุ้มกว่า
เมื่อมองเข้าไปในรายละเอียดการลงทุน จะเห็นว่าตลาดนี้มีตัวเลือกหลายระดับ ตั้งแต่การซื้อแฟรนไชส์ขนาดเล็กที่งบลงทุนเริ่มต้นในหลักหมื่นบาท ไปจนถึงแฟรนไชส์ระดับกลางที่ ลงทุนครั้งเดียวราวหลักแสนบาท บวกค่าธรรมเนียมรายปีอีกจำนวนหนึ่งและในระดับที่ใหญ่ขึ้นอย่างการเป็นแฟรนไชส์หลัก (Master Franchise) ซึ่งในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑลใช้เงินลงทุนราว 1-2 ล้านบาท ส่วนต่างจังหวัดอยู่ที่ประมาณ 300,000-500,000 บาท โดยแลกกับสิทธิ์บริหารพื้นที่และรับส่วนแบ่งรายได้ทั้งขารับและขาส่งพัสดุ

จุดแข็งของการซื้อแฟรนไชส์คือผู้ประกอบการไม่ต้องปวดหัวกับระบบหลังบ้าน เพราะใช้ระบบขนส่งของพาร์ตเนอร์รายใหญ่อย่างไปรษณีย์ไทยที่ลูกค้าคุ้นเคยและเชื่อถือระบบติดตามพัสดุอยู่แล้วต่างจากการเริ่มต้นทำเองที่ต้องลงทุนวางระบบคิว ระบบตรวจสอบเลขพัสดุ และสร้างความน่าเชื่อถือขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งใช้เวลาและต้นทุนสูงกว่าที่คิด
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจนี้จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดให้ดีก่อน เช่น เรื่องของรายได้, พื้นที่การให้บริการที่ต้องพิจารณาให้ดีจากตัวเองเป็นหลัก หากอยู่ในพื้นที่ที่มีคู่แข่งน้อยและมีดีมานด์สูงจากชุมชนหรือหมู่บ้านจัดสรร การเริ่มทำเองอาจคุ้มค่ากว่าในระยะยาว แต่ถ้าต้องการความเร็วในการเปิดตัวและลดความเสี่ยงด้านระบบ การซื้อแฟรนไชส์ตอบโจทย์มากกว่า
พบกับผู้ให้บริการรับ-ส่งพัสดุ ที่พร้อมจะเปิดโอกาสให้กับผู้สนใจร่วมลงทุน ไม่ว่าจะเป็น DPlus Express, เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ได้ที่งาน Franchise Expo Thailand & Thailand E-Commerce Selection Expo 2026
งานเดียวที่รวมทัพแฟรนไชส์และธุรกิจน่าลงทุน กว่า 250 แบรนด์ บนพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี่ ขนมหวาน คาเฟ่ ร้านอาหาร สตรีทฟู้ด ธุรกิจสะดวกซัก ธุรกิจหยอดเหรียญ ธุรกิจบริการ การศึกษา เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ AI Solution โรงงานรับจ้างผลิต แพกเกจจิ้ง ขนส่งโลจิสติกส์ และอีกมากมาย
พบกันวันที่ 6–9 สิงหาคม 2569 | Hall 6–8 IMPACT เมืองทองธานี

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี 👉 https://lnk.ink/franchiseexpo01
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Post Views: 45