เตรียม “พิมพ์-จำหน่าย” สลากกินแบ่งรัฐบาลระบบใหม่ แก้รวมชุด-หวยแพง


บอร์ดสลากกินแบ่งรัฐบาล มีมติ “พิมพ์-จำหน่าย” สลากฯ ใหม่ ใช้สูตรเดียว สรุป ต.ค.นี้ หวังปิดตำนานหวยชุด ทำราคาแพง เริ่มงวดแรก 16 ธ.ค.นี้

วันที่ 24 ก.ย.63 นายธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) สลากกินแบ่งรัฐบาล ว่า ที่ประชุมมีมติให้ปรับหลักเกณฑ์การพิมพ์ และจำหน่ายสลากให้เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งหมด เพื่อแก้ไขปัญหาสลากเกินราคา

โดยจากเดิมจะมีการพิมพ์แบบเรียงเลข 33 ล้านใบ และแบบคละเลข 67 ล้านใบ เป็นพิมพ์แบบคละเลขทั้งหมด 100 ล้านใบ เพราะที่ผ่านมามีการขายต่อมารวมชุดใหญ่ โดยเฉพาะจากกลุ่มเรียงเลข 33 ล้านใบ

อย่างไรก็ตาม รูปแบบการจำหน่ายยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเป็นรูปแบบสูตร 2-2-1 หรือ สลากชุด 2 ใบ ที่มีเลขเหมือนกัน รวมเป็น 4 ชุด และสลากคละเลข 1 ชุด หรือแบบสูตร 2-1-1-1 หรือ สลากชุดที่มีเลขเหมือนกัน 2 ใบ และสลากคละเลขใบเดี่ยวอีก 3 เล่ม ซึ่งจะได้ข้อสรุปในการประชุมบอร์ดในเดือนตุลาคม 2563 และเริ่มใช้สูตรดังกล่าวในงวดวันที่ 16 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป

“ในอนาคตการรวมชุดมากกว่า 2 ใบขึ้นไป จะเป็นไปได้น้อยมาก ความน่าจะเป็นจะต่ำลง และสูญหายไปในระบบได้เองก็จะทำให้ขายในราคากว่าปัจจุบันได้ที่ขายกันใบละ 100 บาท และการจะซื้อแบบรวมชุดจะลดลงไปได้เอง โดยต่อไปการทำหวยชุดออกมาจะเหลือสูงสุดได้แค่ 5 เล่มเท่านั้น” นายธนวรรธน์ กล่าว

และจากนี้ไปการรวมชุด 10-30 ใบ จะไม่มีอีกแล้ว ซึ่งจะไม่เห็นโอกาสคนที่ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 60 ล้านบาท 90 ล้านบาท ซึ่งเป็นข้อดีทำให้คนถูกรางวัลเพิ่มมากขึ้น เพราะกระจายสลากไปมากขึ้น” นายธนวรรธน์ กล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการพิจารณาการเปิดให้ผู้ค้ารายใหม่ เข้ามาขึ้นทะเบียนเพื่อเข้าสู่ระบบซื้อ-ของขายสลากเพิ่ม แต่อาจต้องใช้เวลาศึกษาอีกระยะหนึ่ง โดยเบื้องต้นจะประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และตำรวจท้องที่ ทำการคัดกรองผู้ค้าสลากจริงที่ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานสลากฯ เพื่อลดปัญหาการขายช่วงต่อลง

หากคัดกรองผู้ไม่ใช่ผู้ค้าจริงได้ก็จะนำมาสู่การพิจารณาการเปิดลงทะเบียนผู้ค้ารายใหม่ แต่ในจำนวนดังกล่าว คาดว่าจะมีประมาณ 10,000 ราย ซึ่งจะเป็นโควตาที่เหลือจากการซื้อจองในวันแรก โดยไม่ได้มีการพิมพ์สลากเพิ่ม จากปัจจุบันที่จัดพิมพ์อยู่ที่ 100 ล้านใบ

ส่วนการตัดสิทธิ์ข้าราชการออกจากผู้มีสิทธิ์ซื้อจองสลากนั้น ยังไม่ได้มีการพิจารณาในที่ประชุมครั้งนี้ แต่ตามกฎหมายไม่ได้มีการบังคับห้ามอาชีพที่จำหน่ายสลากได้ เพราะจำหน่ายในนอกเวลางานได้ หรือการหารายได้พิเศษได้