หน่วยงานรัฐ ยกทัพสนับสนุน SMEs ในงาน Smart SME Expo 2020


ใกล้เข้ามาแล้ว กับมหกรรมใหญ่เพื่อ SMEs ไทย งาน Smart SME Expo 2020 โดยปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ต.ค.-1 พ.ย. 63 ฮอลล์ 9-10 อิมแพ็คเมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด New Normal Together #ชี้ช่องรวย #ที่เดียวจบพบทางรวย ปีนี้ ได้รวบรวม 6 โซน อาทิ โซนแฟรนไชส์น่าลงทุน โซนความงามและสุขภาพ โซนอาหารและเครื่องดื่ม โซนการเงิน โซนนวัตกรรมและเทคโนโลยี โซนธุรกิจบริการและโลจิสติกส์ รวมกว่า 300 บูธ เพื่อ SMEs สามารถมาต่อยอดโอกาสรับ New Normal ได้มากมาย ดังนี้

โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา บริษัทพีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น ได้จัดงานแถลงข่าวงานขึ้น ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ และเราได้รวบรวมไฮไลท์จาก 4 หน่วยงานรัฐ ที่พร้อมขับเคลื่อน SMEs ดังนี้

คุณสถาพร ร่วมนาพะยา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ เล่าว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ มีภารกิจหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจดทะเบียนธุรกิจ การส่งเสริม และพัฒนาธุรกิจ รวมถึงให้ธุรกิจดำเนินงานอย่างมีธรรมาภิบาล โดยเฉพาะธุรกิจแฟรนไชส์เราได้ส่งเสริมพัฒนาตั้งแต่การเริ่มต้นทำธุรกิจ เพื่อให้เป็นธุรกิจที่มีมาตรฐาน พร้อมสนับสนุนทางด้านการตลาด การมาร่วมงาน Smart SME Expo 2020 ครั้งนี้ ก็เป็นหนึ่งในการสนับสนุนทางด้านการตลาดให้กับผู้ประกอบการ โดยเราได้คัดสรรผู้ประกอบการธุรกิจแฟรนไชส์มาร่วมงานด้วย 40 ราย และมีผู้ประกอบการ OTOP Select อีก 60 ราย รวมเป็น 100 ราย โดยเฉพาะธุรกิจแฟรนไชส์อาหารที่ได้คัดธุรกิจเด่นๆ มากว่า 20 ราย ราคาเริ่มต้น 4,900 บาท ก็สามารถลงทุนได้ และยังมีแฟรนไชส์รูปแบบบริการต่างๆ เช่น แฟรนไชส์สะดวกซัก 24 ชม. จึงขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจลงทุนให้เข้าไปพูดคุยเจรจาภายในบูธของ DBD ได้ ขณะเดียวกันก็สามารถไปเลือกซื้อสินค้า OTOP Select เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มาจากทั่วประเทศได้

คุณปทิตตา ตันติเวชกุล ผู้อำนวยการ กองส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เล่าว่า การร่วมงานในปีนี้ จะมีการจัดกิจกรรมที่แตกต่างจากทุกปี เพราะระหว่างที่เรารอนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้รับนโยบายไทยเที่ยวไทย ‘เที่ยวเมืองไทย มั่นใจไปกับ SHA’ ซึ่ง SHA เป็นมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยที่การท่องเที่ยวทำมาอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือในการจัดงานในครั้งนี้ จึงอยากเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ หรือกลุ่มลักษณะการทำงานที่ต้องการความมีอิสระ ให้สามารถมาจองแพ็คเกจ เรียกว่าเป็นการย้ายที่ทำงานไปทำยังสถานที่ต่างๆ ผ่านแคมเปญ Workation Thailand โดยประกอบด้วย การ meeting หรือ outing ในบางสถานที่ทำงาน การทำกิจกรรม CSR ให้กับสังคม การเที่ยวไปด้วยและทำงานไปด้วยในสถานที่แปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม โบราณสถาน และการไปเที่ยวในชุมชนเพื่อสร้างสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงาน และคนในชุมชน มีการทำ Super Deal ให้กับหน่วยงาน ไปจนถึงการท่องเที่ยวแบบ Luxury and Gastronomy เช่นการจัดประชุมส่วนตัวบนเรือยอร์ชหรู ในราคาต่อคนที่ 990 บาท ซึ่งส่วนต่างๆ เหล่านี้ ก็เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมากขึ้น

คุณอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร (NFI) เล่าว่า สถาบันอาหารมีบริการช่วยสนับสนุน SMEs มากมาย เพียงแค่คุณมีไอเดีย แล้วมาบอกเราว่าต้องการทำอะไร ทางเราก็สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบให้นำไปทดลองขายได้ เรามีบริการตั้งแต่การทำแพ็คเกจจิ้ง ไปจนถึงแล็ปที่ช่วยวิเคราะห์ พร้อมการขอมาตรฐานต่างๆ ปีนี้เราได้นำผู้ประกอบการที่เราช่วยพัฒนาในเรื่อง Future Food เช่น การพัฒนาเป็น Healthier Food มาร่วมออกบูธ ไม่ว่าจะเป็นการทำเส้นหมี่จากไข่ขาว เพื่อช่วยผู้ป่วยที่รับประทานโปรตีนประเภทอื่นๆ ไม่ได้ และยังมีเจลลี่คอลลาเจนที่หุ้มด้วยน้ำผลไม้ เวลาที่กัดเข้าไปก็จะได้ความนุ่มฉ่ำของเจลลี่ และได้ประโยชน์จากคอลลาเจน รวมถึงเทคโนโลยีฟรีซดรายที่ทำให้วัตถุดิบแห้งแบบเป็นผง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักเวลาขนส่ง และเมื่อต้องการรับประทานก็เพียงเติมน้ำ อาหารก็จะกลับสู่สภาพเดิมทันที นอกจากนี้ยังมีการพัฒนา Functional Food อีกมากมาย พร้อมการพัฒนาอาหารรูปแบบ Ready to eat และ Ready to cook ที่เป็นเทรนด์อาหารแห่งอนาคต ซึ่งไอเดียนวัตกรรมใหม่ๆ และความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้ มีให้ชมได้ที่บูธ NFI

ดร.ฐิตาภา สมิตินนท์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เล่าว่า สวทช. เราทำภารกิจหลักเป็นการวิจัย แต่ใน สวทช. ก็มีศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี หรือ Technology Management Center (TMC) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมโยงระหว่างภาควิชาการ กับภาคเอกชน บริการของเรามีหลายรูปแบบ เพื่อให้ภาคเอกชนเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น เช่น การให้คำปรึกษา การจัดอบรม และการช่วยพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ในแต่ละปีจะมีการจัดงานที่ดึงเอาผลงานวิจัยที่มีทรัพย์สินทางปัญญา มารวมไว้ให้ทุกคนได้เลือกช้อปไปพัฒนาธุรกิจต่อได้ นอกจากนี้ยังมีการจัดพื้นที่ให้ผู้ที่สนใจทำงานวิจัยและพัฒนา ไปเช่าใช้พื้นที่ในอุทยานวิทยาศาสตร์ พร้อมกลไกสนับสนุนทางการเงินอีกมากมาย

 

สำหรับไฮไลท์ที่เราให้การสนับสนุนภาคเอกชนในแต่ละปีกว่า 2,000 ราย ก็คือโปรแกรม ITAP ซึ่งเป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดของผู้ประกอบการ ที่จะนำเทคโนโลยีไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจได้จริง เพียงแค่แจ้งมาว่าอย่างพัฒนาสินค้าอะไร เราก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญ หรือนักวิจัยด้านนั้นโดยตรงเข้ามาช่วยพัฒนาสินค้า และเรายังช่วยสนับสนุนเรื่องเงินทุนสูงสุดถึง 50% โดยในอดีตโครงการนี้จะให้เฉพาะนิติบุคคลเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้ขยายความช่วยเหลือไปยังกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ และร้านค้า เพื่อเข้าถึง SMEs ได้มากขึ้น และงานปีนี้เราได้นำเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพมาโชว์ เช่น อาหาร High Protein ไขมันน้อย อาหารที่มีแป้งแต่มีน้ำตาลต่ำซึ่งเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน และอีกส่วนก็จะสนับสนุน Circular Economy คือการนำทุกอย่างมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยไม่ทิ้งอะไรเลย เช่น การนำเศษหนังมาขึ้นรูปใหม่ การนำใบสัปปะรดเหลือทิ้งมาทำเป็นผ้า เราหวังจะได้พบกับทุกท่าน มาพบกันได้ที่บูธ สวทช.

No Cash At All มางานนี้ไม่ต้องใช้เงินสด พลิกโฉมธุรกรรมการเงินเตรียมพร้อมผู้ประกอบการไทยสู่ยุค Cashless Society กับการชำระเงินผ่านระบบคิวอาร์โค้ด (QR Code) ตลอดทั้งงาน

‘และยังมีโอกาสแมชชิ่งธุรกิจไปโตในประเทศ CLMV ด้วยนะ’

ลงทะเบียนเข้างานได้ที่ https://expo.smartsme.co.th/register/index.php