นายใหญ่ Nike ออกโรงป้องธุรกิจในจีน หลังวิจารณ์การใช้แรงงานอุยกูร์จนถูกบอยคอต


Nike เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ถูกกระแสบอยคอตจากผู้บริโภคชาวจีน หลังเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เคยออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้แรงงานอุยกูร์ที่อาจมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน จนทำให้นายใหญ่ของแบรนด์ Nike ออกมาปกป้องธุรกิจในจีน

John Donahoe หัวหน้าผู้บริหาร Nike ให้สัมภาษณ์กับนักวิเคราะห์ของ Wall Street เกี่ยวกับผลประกอบการบริษัท โดยมีอยู่ช่วงหนึ่งมีการพูดถึงประเด็นในจีนว่า Nike คือแบรนด์ของจีน สำหรับประเทศจีน ซึ่งคำพูดนี้ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากแบรนด์อุปกรณ์กีฬารายนี้กำลังได้รับกระแสต่อต้านอย่างหนักจากกรณีกล่าวหาว่าจีนบังคับแรงงานอุยกร์เก็บฝ้าย

จากที่มีการพูดคุย พบว่ารายได้ในไตรมาส 4 ของ Nike มีรายได้ 12.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ และส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรอีกครั้ง คิดเป็น 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากเดิมก่อนหน้านี้ที่มีการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เมื่อลงลึกในรายละเอียด พบว่ารายได้จากประเทศจีน เพิ่มขึ้นมากกว่า 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

Donahoe กล่าวว่าตนยังคงมั่นใจว่าจีนยังคงเป็นตลาดที่ยังเติบโตได้อีก เนื่องจากบริษัทลงทุนมาตลอดระยะเวลาหลายปี

“เรามองภาพระยะยาว เพราะเราเข้าลงทุนในจีนมาเป็นระยะเวลามากกว่า 40 ปี” Donahoe กล่าว

ทำไม Nike ถูกบอยคอตในจีน
แบรนด์จากฝากตะวันตกหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Nike, H&M ต่างถูกขึ้นแบล็คลิตส์จากผู้บริโภคชาวจีน หลังแบรนด์เหล่านี้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีใช้แรงงานอุยกูร์เก็บฝ้ายเพื่อนำมาผลิตเป็นเสื้อผ้า โดยในช่วงเดือนมีนาคม กลุ่มประเทศฝั่งตะวันตก ทั้งสหภาพยุโรป, สหราชอาณาจักร รวมถึงสหรัฐฯ และแคนาดา ออกมาตรการคว่ำบาตรจีนในกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชนใช้แรงงานชาวอุยกูร์

สอดคล้องกับรายงานการวิจัยของ BBC ในช่วงเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา ได้ชี้ให้เห็นว่าจีนบังคับชนกลุ่มน้อยหลายแสนคน รวมถึงชาวอุยกูร์เก็บฝ้ายในซินเจียง

ที่มา:
https://www.bbc.com/news/business-57606588