
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2559 เห็นชอบโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) เพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สำหรับผู้ประกอบการในกลุ่ม SMEs วงเงิน 30,000 ล้านบาทนั้น
หลังจากนี้ จะเร่งกำหนดรายละเอียด และทำความเข้าใจกับธนาคารต่างๆ ซึ่งคาดว่า ธนาคารทั้ง 19 แห่ง ที่ร่วมโครงการซอฟต์โลนก่อนหน้านี้ จะเข้าร่วมทั้งหมด และไม่น่าจะเกิน 2 สัปดาห์นับจากนี้ จะสามารถเริ่มปล่อยกู้ให้กับ SMEs ได้ โดยคาดว่า จะสามารถช่วยเหลือ SMEs ได้ประมาณ 2,000 ราย
ส่วนเงื่อนไขในการปล่อยกู้คือ ผู้กู้ต้องเป็น SMEs ที่กู้ไปลงทุนก่อสร้างโรงงาน หรือขยายโรงงาน หรือกู้ไปซื้อเครื่องจักร และต้องเป็น SMEs ตามนิยามของกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศ ซึ่งมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่า 50% ของทุนจดทะเบียน แต่มีข้อห้ามคือ ห้ามรีไฟแนนซ์
ระยะเวลาผ่อนชำระ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี และมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยประมาณ 1 ปี เพื่อให้เวลาในการสร้างโรงงาน ขณะที่ธนาคารออมสิน จะปล่อยกู้ให้ธนาคารทั้ง 19 แห่ง ในอัตรา 0.1% ต่อปี
ทั้งนี้ SMEs ที่สนใจสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ถึง 31 ธันวาคม 2559 หรือจนกว่าวงเงินจะถูกจัดสรรหมด โดยหลังจากได้รับอนุมัติเงินกู้แล้ว ผู้กู้มีระยะเวลาเบิกเงินได้ถึง 30 มิถุนายน 2560 โดยในการพิจารณาสินเชื่อนั้น จะใช้หลักเกณฑ์มาก่อนได้ก่อน ดังนั้น SMEs ที่สนใจสามารถไปจับจองสินเชื่อตามธนาคารต่างๆ ได้แล้ว
นายชาติชาย กล่าวต่อไปว่า การดำเนินการในโครงการนี้ ถือเป็นซอฟต์โลนสำหรับ SMEs ระยะที่ 3 โดยก่อนหน้านี้ มีซอฟต์โลนช่วย SMEs ไปแล้วรวม 1.5 แสนล้านบาท ช่วย SMEs ได้กว่า 3 หมื่นราย ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนี้ ถือเป็นการเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงเป็นการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป