ตามที่ ครม.เศรษฐกิจ เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน เตรียมอัดฉีดเงินเข้าระบบกว่า 3.1 แสนล้าน ผลักดันจีดีพีปี 62 โตไม่ต่ำกว่า 3%
โดยมาตรการดังกล่าว อาทิ ให้สินเชื่อผ่อนปรนผู้ประกอบการ ระยะเวลากู้ 7 ปี หนุนสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อ SME ออกมาตรการกระตุ้นการลงทุน บริโภคในประเทศ สนับสนุนให้ประชาชนท่องเที่ยว ชิม ช้อป ใช้ ข้ามจังหวัด โดยให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารกรุงไทย เป้าหมาย 10 ล้านคน สำหรับประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินจากการท่องเที่ยวผ่านอีวอลเลท 1,000 บาท สามารถใช้จ่ายผ่านแอปฯ ได้ทันที ฯลฯ
สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3 แสนล้านบาท ประกอบด้วย
1.มาตรการบรรเทาค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกองทุนหมู่บ้าน
1.1 การขยายระยะเวลามาตรการพยุงการบริโภคของผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
1.2 มาตรการมอบเงินช่วยเหลือสำหรับผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
1.3 มาตรการช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตรแก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้รับสิทธิภายใต้ โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
1.4 มาตรการพักชำระเงินต้นของกองทุนหมู่บ้าน

2.มาตรการเพื่อบรรเทาค่าครองชีพสำหรับเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง ปี 2562 และเกษตรกรรายย่อย
2.1 โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ของ ธ.ก.ส.
2.2 โครงการขยายระยะเวลาชำระหนี้เงินกู้ของ ธ.ก.ส
2.3 สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยของ ธ.ก.ส
2.4 โครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63

3.มาตรการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ
3.1 ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ
สนับสนุนให้ประชาชนท่องเที่ยว “ชิม ช้อป ใช้” ข้ามจังหวัด โดยให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารกรุงไทย เป้าหมาย 10 ล้านคน ประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินจากการท่องเที่ยวผ่านอีวอลเลต 1,000 บาท สามารถใช้จ่ายผ่านแอปฯ ได้ทันที และเมื่อใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว เช่น ซื้อสินค้าท้องถิ่น รับประทานอาหาร พักโรงแรม ต่างๆ จำนวน 3 หมื่นบาท จะได้รับเงินคืน 15%
3.2 การยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa) เพื่อการท่องเที่ยว
การยกเว้นตรวจตราวีซ่า นักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย ส่วนมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศ หักค่าใช้จ่ายจากการซื้อเครื่องจักรจากการลงทุน สามารถหักภาษี 1.5 เท่า ภายใน 5 ปี
3.3 มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน
ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักรายจ่ายเพื่อการลงทุนในเครื่องจักรได้เพิ่มขึ้น 1.5 เท่าของที่จ่ายจริง (หักรายจ่ายร้อยละ 100 แรกเป็นค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามหลักเกณฑ์ที่ประมวลรัษฎากรกำหนด และทยอยหักรายจ่ายส่วนเพิ่มเป็นเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชี โดยเฉลี่ยเท่ากันในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี)
ที่จ่ายไประหว่างวันที่ 1 กันยายน 2562 – วันที่ 31 พฤษภาคม 2563

4. มาตรการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ (SMEs และที่อยู่อาศัย)
4.1 โครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย ผ่านกองทุน สสว.
4.2 มาตรการสินเชื่อผ่อนปรนเพื่อสนับสนุน SMEs โดยผ่านสถาบันการเงินของรัฐ
4.3 โครงการ PGS ระยะที่ 8 (PGS 8)
4.4 โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยดอกเบี้ยต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
