ก.คลัง สั่งกรมธนารักษ์จัดสรรที่ราชพัสดุ 12 ล้านไร่ ให้รายย่อยสร้างมูลค่าเพิ่ม


รมว.คลัง ดึงกรมธนารักษ์ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก นำที่ราชพัสดุ 12 ล้านไร่ จัดสรรให้เกษตรกร ประชาชนรายย่อยใช้ประโยชน์ สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างที่อยู่อาศัยรองรับสังคมผู้สูงอายุ

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบนโยบายให้กับผู้บริหารกรมธนารักษ์ เพื่อนำที่ราชพัสดุ 12 ล้านไร่มาพัฒนาประโยชน์มากที่สุด รองรับนโยบายเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาล เพื่อต้องการที่ราชพัสดุจาก หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ครอบครองอยู่แต่ไม่ใช้ประโยชน์ เช่น ที่ดินในการครองครองของทหาร หรือหน่วยงานอื่นได้นำไปปล่อยเช่าช่วงในเชิงพาณิชย์

จึงต้องเจรจานำกลับมาจัดสรรให้เกษตรกร ประชาชนรายย่อย ใช้ประโยชน์ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์สัญญาเช่า เพราะหากเกษตรกรได้รับสัญญาเช่า จะนำไปใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับแบงก์รัฐ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน เอสเอ็มอีดีแบงก์ เพื่อใช้เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนประกอบอาชีพ

 

 

นอกจากนี้ ยังมอบนโยบายให้ กรมธนารักษ์ วางแผนสนับสนุนนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ตาม ยุทธศาสตร์ประเทศ ด้วยการพัฒนาพื้นที่ราชพัสดุ เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ยกระดับเส้นทางท่องเที่ยวแหล่งเดิมให้มีความสนใจ เพื่อกระจายความเจริญออกไปยังภูมิภาค เพื่อมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเยือนในท้องถิ่นมากขึ้น การจัดเตรียมที่ราชพัสดุ สำหรับสร้างที่อยู่อาศัยของประชนรายย่อย หรือการตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร รองรับกับการเข้าสู่สังคมสูงอายุ เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับคนชรา การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจฐานรากจึงมีความสำคัญมากขึ้น

รวมถึงกรมธนารักษ์ ต้องกำหนดแผนเชิงรุก เตรียมพร้อมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ หรือผลักดันหลายโครงการที่ดำเนินการอยู่ให้คืบหน้าเป็นรูปธรรม หรือจัดพื้นที่การผลิตสำหรับอุตสาหกรรมใหม่ สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่พิเศษในเขต EEC ดำเนินการสอดรับกับหลายหน่วยงาน

โดยเฉพาะรองรับแผนก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่ สคร. เตรียมเสนอแต่งตั้งบอร์ด รฟท.ชุดใหม่ เพื่อให้มีคณะกรรมการ ขับเคลื่อนและตัดสินใจโครงการลงทุนขนาดใหญ่โดยเร็วที่สุด แม้ว่ากำหนดการณ์ลงนามระหว่างกลุ่มซีพีและ รฟท.ได้เลื่อนออกไปจากเดิม จึงต้องตั้งบอร์ดมารองรับการทำงาน