กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จ่ายเงินช่วยเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 600 บาท เริ่ม 10 ต.ค.62


พม.พร้อมจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เริ่ม 10 ต.ค.นี้ ให้กับผู้มีสิทธิที่มีข้อมูลครบถ้วนถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เผยจ่ายเงินย้อนหลังจนถึงเดือน ต.ค.62 จำนวน 561,086 คน วงเงินรวมทั้งสิ้น 1,674 ล้านบาท

นางเทพวัลย์ ภรณวลัย รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า จากเมื่อวันที่ 26 มี.ค.62 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาให้เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ตั้งแต่แรกเกิด–6 ปี และขยายฐานรายได้เฉลี่ยในครอบครัวไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคนต่อปี โดยให้เด็กเดือนละ 600 บาท เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 เป็นต้นไป

กรมกิจการเด็กและเยาวชนได้ดำเนินการปรับปรุงระเบียบของกรมฯ ว่าด้วยการจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด พ.ศ.2562 ให้สอดรับกับมติคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งพัฒนาระบบฐานข้อมูลโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้รองรับกับปริมาณงานเพิ่มขึ้น

นางภาวินี สุมลตรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด กล่าวเพิ่มเติมว่า การขยายหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ มีมาเป็นลำดับ ได้แก่

1.ขยายเรื่องอายุเด็กจาก 3 ขวบ เพิ่มเป็น 6 ขวบสำหรับเด็กที่เกิดเริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค.2558 เป็นต้นไป

2.ปรับเพิ่มวงเงินจาก 400 บาท เพิ่มเป็น 600 บาท ต่อเดือน

3.ขยายสิทธิผู้ถือบัตรประกันสังคมร่วมโครงการได้

4.ปรับเพิ่มคุณสมบัติเกณฑ์รายได้เฉลี่ยในครัวเรือนไม่เกิน 36,000 บาท ต่อคน ต่อปี เป็นไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคน ต่อปี

5.ขยายสิทธิการคุ้มครองผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็กให้ยื่นขอรับสิทธิ ไม่จำเป็นต้องเป็นบิดาหรือมารดาและสามารถลงทะเบียนได้ตามที่เด็กอาศัยอยู่จริง ไม่จำเป็นต้องใช้ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย คณะทำงานรัฐมนตรีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่าการจ่าย เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดเข้าบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิตามที่ได้ยื่นลงทะเบียนไว้ ในวันที่ 10 ต.ค.นี้ เป็นการจ่ายเงินย้อนหลังให้ กับผู้มีสิทธิเป็นรายกรณี จนถึงเดือน ต.ค.62 จำนวน 561,086 คน ในวงเงินรวมทั้งสิ้น 1,674 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี การจ่ายเงินในรอบเดือนต.ค.นี้ ยังมีผู้ไม่ได้รับเงินจำนวนหนึ่ง เนื่องจากต้องมาให้ข้อมูลสถานะของครัวเรือนเพิ่มเติม ที่ต้องปรับปรุงแก้ไขข้อมูลในระบบฐานข้อมูลฯ เช่น วันเดือนปีเกิดไม่ถูกต้อง เลขบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง บัญชีธนาคารปิด บัญชีธนาคารผิดประเภท เป็นต้น

โดยผู้ลงทะเบียนต้องไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม และแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ณ สถานที่ที่ลงทะเบียน ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะเร่งรัดการปรับปรุงแก้ไขข้อมูล และ การเบิกจ่ายให้กับผู้มีสิทธิในรอบเดือนถัดไป