สั่งรื้อด่วน! ผู้ประกอบการ 10 รายเทคอนกรีตล้ำลงคลองท่าดี ชุมชนคีรีวง


ทุบทิ้ง! ร้านค้า 10 รายเทคอนกรีตล้ำลงคลองท่าดี ชุมชนคีรีวง รื้อถอนภายในวันที่ 20 ต.ค.นี้ ผู้ประกอบการโอด! ค่าปูนยังไม่จ่าย ลั่น! ทุบทิ้งคนเที่ยวน้อยแน่

วันที่ 16 ต.ค. ที่บริเวณริมคลองท่าดี ช่วงหนานท่าหา หมู่ 9 ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกบันทึกภาพเผยแพร่การเทคอนกรีตลุกล้ำลำธาร เป็นระยะทางยาวกว่า 100 เมตร และมีการเทปูนยื่นลงไปในคลองสาธารณะประมาณ 4 เมตร จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคม

ทั้งนี้ บรรยากาศในช่วงเช้า แต่ละร้านเป็นไปด้วยความเงียบเหงา ผู้ประกอบการเริ่มทยอยเก็บของที่นำมาจัดวางไว้บนพื้นที่เทคอนกรีต เพื่อเตรียมรื้อถอนพื้นที่แล้ว หลังถูกผู้ว่าราชการจังหวัด กำชับให้เร่งรื้อถอนภายใน 5 วัน

นายสำคัญ อรทัย นายอำเภอลานสกา กล่าวว่า การรื้อถอนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการจะต้องเป็นคนดำเนินการทั้งหมด และจะต้องปรับสภาพพื้นที่ให้กลับคืนมาดังเดิม ส่วนการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดหรือไม่นั้น พื้นที่ดังกล่าวเป็นอำนาจเต็มของกรมป่าไม้ และเป็นอำนาจเต็มของกรมเจ้าท่าในการพิจารณาตามกฎหมาย

ด้าน นายสมพร อนุโต เจ้าของร้านที่มีภาพปรากฏบนโซเชียล กล่าวว่า เพิ่งเทปูนได้เพียงไม่กี่วัน และค่าปูนค่าจ้างยังไม่ได้จ่าย ก็โดนนายอำเภอสั่งรื้อถอนเสียแล้ว

“ร้านอาหารที่อยู่ข้างบนร้านผม เทปูนลงคลองกันมาหลายปี ร้านผมเพิ่งเทได้ไม่กี่วัน ก็โดนถ่ายภาพลงโซเชียล ผมยอมรับว่าผิดกฎหมาย แต่เหตุผลที่ต้องเทปูนลงในคลอง เพราะนักท่องเที่ยวที่มาอยากลงไปนั่งริมคลองสัมผัสบรรยากาศ และเฝ้าดูลูกหลานเล่นน้ำอย่างปลอดภัย แต่พอทุบออกก็คงไม่มีนักท่องเที่ยวมานั่งเหมือนเดิมแน่” เจ้าของร้านค้า กล่าว

เมื่อถามว่า ชุมชนคีรีวง เติบโตเกินไปจากการท่องเที่ยวหรือไม่ ปลัด อบต.กำโลน กล่าวว่า ส่วนหนึ่งปัญหาการท่องเที่ยวเติบโตเข้าไปในพื้นที่ตรงนี้ ซึ่งปกติจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากกว่า 500-1,000 คนต่อวัน เพราะมีจุดขายคือระบบนิเวศที่สวยงาม และการเป็นชุมชนที่ยังอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อม อากาศบริสุทธ์ทำให้มีคนสนใจเดินทางมามาก

“เริ่มมีการซื้อขายที่ดินเปลี่ยนมือให้กับนายทุนเข้ามาลงทุนทำรีสอร์ต ร้านค้าร้านอาหารและที่พัก ในราคาไร่ละหลายล้านบาท ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าเป็นที่ดิน ส.ค.1 หรือไม่ จนเริ่มมีปัญหาขยะ น้ำเสียตามมา”

ปลัด อบต.กำโลน ยอมรับว่าวันนี้ถึงแม้จะมีปัญหาจากผู้ประกอบการเพียงบางส่วน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความเป็นคีรีวง ที่ยังใช้ชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะได้รับผลกระทบ เพราะภาพรวมยังคงรักษาจุดขายตรงนี้ไว้ เพียงแค่อยากให้ผู้ประกอบการช่วยกันรักษาความเป็นธรรมชาติที่ดีไว้ อย่าเปลี่ยนแปลลงจนเกิดความเสียหาย เพราะเป็นสิ่งที่เอากลับคืนมาไม่ได้