ธุรกิจอาหารรูปแบบไหนบ้าง ไม่โดนภาษีความเค็ม


นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี กรมสรรพสามิต เผยถึงการกำลังศึกษาเก็บภาษีความเค็มกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐและเอกชน ว่าจะเก็บจากการใส่สารโซเดียมที่ใส่ในอาหารแล้วทำให้รสชาติดีขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องใส่ก็ได้ ซึ่งกลุ่มนี้มีสัดส่วนกว่า 80% เช่น ขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงซุปก้อนปรุงรส และผงปรุงรสแบบต่างๆ

ส่วนอีกกลุ่มที่ใส่โซเดียมเพื่อยืดระยะเวลาของอายุอาหาร ที่มีสัดส่วนราว 20% ในส่วนนี้กรมสรรพสามิตจะไม่เก็บภาษี เพราะถือว่าผู้ประกอบการจะไม่ใส่ไม่ได้ เช่น ร้านค้า หรือธุรกิจชุมชนที่ใช้ความเค็มเพื่อถนอมอาหาร ไม่ว่าจะเป็นปลาเค็ม เนื้อเค็ม ปลาร้า ปลาส้ม ปลาจ่อม กุ้งแห้ง กะปิ น้ำบูดู เช่นเดียวกับสินค้ากลุ่มเครื่องปรุง เช่น น้ำปลา เกลือ ซีอิ๊วขาว รวมถึงร้านค้าข้าวแกง อาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ก็จะไม่เข้าข่ายเสียภาษีความเค็มด้วย

สำหรับนโยบายการเก็บภาษีความเค็มไม่ได้หวังเรื่องการเพิ่มรายได้ แต่ต้องการให้ผู้ประกอบการลดการปริมาณโซเดียมในอาหารน้อยลง เพื่อให้ประชาชนได้รับอาหารที่เป็นประโยชน์ และเป็นโทษกับสุขภาพน้อยที่สุด โดย WHO ระบุว่าการลดความเค็มในอาหาร 20-30% ช่วยลดการเป็นโรคความดัน โรคไต ได้กว่า 30-40%