Nissan ปิดโรงงานในสเปน-อินโดนีเซีย โดยมีไทยเป็นจุดหมาย


Nissan ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ระดับโลกจากญี่ปุ่น เตรียมปรับแผนองค์กรขนานใหญ่ หลังผลประกอบการของปีงบประมาณที่ผ่านมา โดยสิ้นสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2563 พบว่า ขาดทุน 671,200 ล้านเยน (ประมาณ 197,538 ล้านบาท) โดยถือเป็นการขาดทุนครั้งแรกในรอบ 11 ปี

แผนฟื้นฟูของ Nissan เริ่มตั้งแต่การลดจำนวนพนักงานทั่วโลกลงจำนวน 20,000 คน คิดเป็นร้อยละ 15 ของพนักงานทั้งหมด รวมถึงการลดกำลังการผลิตรถยนต์ และจำนวนรุ่นรถยนต์ลง เพื่อรักษาต้นทุนให้มีความคงที่ ภายใต้แผนฟื้นฟู้กิจการ 4 ปี ซึ่งการออกมาดำเนินการในครั้งนี้ของ Nissan เป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจอย่างหนักหน่วง

ล่าสุด สำนักข่าว AP News รายงานว่า Nissan มีแผนที่จะปิดโรงงานผลิตรถยนต์ในสเปน และอินโดนีเซีย หลังจากตัวเลขผลประกอบการติดลบเป็นสีแดงครั้งแรกในรอบ 11 ปี เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลต่อความต้องการรถยนต์ทั่วโลก และการผลิตที่ต้องหยุดชะงักลง

Makoto Uchida ผู้บริหารระดับสูงของ Nissan กล่าวว่า การผลิตรถยนต์ในทวีปยุโรปจะถูกรวมศูนย์ไว้ที่โรงงานในซันเดอร์แลนด์ของประเทศอังกฤษ ขณะที่การผลิตในอินโดนีเซียจะถูกย้ายมายังประเทศไทย นอกจากนี้การผลิตรถยนต์ทั่วโลกของ Nissan ในเดือนเมษายน 2563 พบว่าผลิตได้ 150,388 คัน ลดลงร้อยละ 62 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา ส่วนยอดจำหน่ายก็ลดลงร้อยละ 42 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา

“อนาคตที่ไม่ชัดเจน และสถานการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ทำให้ Nissan ไม่สามารถประมาณการงบการเงินในปัจจุบันได้ โดยบริษัทต้องสร้างความปลอดภัยทางการเงิน และลดต้นทุน รวมถึงปรับรูปแบบการดำเนินงานเพื่อฟื้นคืนกำไรกลับมาอีกครั้ง” Uchida กล่าว

ทั้งนี้ การออกมาประกาศปิดโรงงานของ Nissan ได้สร้างความไม่พอใจให้กับพนักงานเป็นอย่างมาก เช่น โรงงานในสเปนที่มีพนักงานนับพันรายออกมารวมตัวกันประท้วง เพราะการปิดโรงงานจะทำให้พวกเขาสุ่มเสี่ยงที่จะตกงานในอนาคต