CPALL

CPALL โชว์กำไร Q2/69 แตะ 7,511 ล้านบาท อานิสงส์ยอดขาย 7-Eleven

ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 CPALL ทำกำไรสุทธิ 7,511.91 ล้านบาท เติบโต 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้ปัจจัยหนุนจากยอดขายกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่เติบโตต่อเนื่อง การปรับกลยุทธ์ O2O และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้าขยายสาขา 7-Eleven ทั่วประเทศรวมเป็น 16,284 สาขา

 

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL แจ้งผลการดำเนินงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 7,511.91 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 6,768.46 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 265,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% และมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ 257,098 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% เป็นผลมาจากผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้า และธุรกิจอื่น ๆ ที่มีการปรับกลยุทธ์ด้านสินค้าและกลยุทธ์ O2O ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างลงตัว ส่งผลให้มีกำไรขั้นต้นจากการขายและบริการอยู่ที่ 58,669 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 3.5%) โดยยังคงรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นรวมไว้ได้ที่ 22.8% เท่ากับปีก่อนหน้า

 

สำหรับกลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อในไตรมาส 2/2569 สามารถทำรายได้จากการขายและบริการรวม 123,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันอยู่ที่ 85,843 บาท ยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) เติบโต 0.8% มียอดซื้อต่อบิลเฉลี่ยประมาณ 90 บาท และมีจำนวนลูกค้าเข้าใช้บริการเฉลี่ย 959 คนต่อสาขาต่อวัน ซึ่งในไตรมาสนี้มีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 200 สาขา ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 CPALL มีสาขาร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 16,284 สาขา แบ่งเป็นร้านสาขาบริษัท 8,414 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 52 เพิ่มขึ้นสุทธิ 125 สาขา) และร้าน SBP รวมถึงร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต 7,870 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 48 เพิ่มขึ้นสุทธิ 75 สาขา)

 

ในส่วนของโครงสร้างรายได้จากการขายในธุรกิจร้านสะดวกซื้อ พบว่าสัดส่วน 77.5% มาจากสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ขณะที่อีก 22.5% เป็นสินค้าอุปโภค ซึ่งสัดส่วนกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มมีการเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากพฤติกรรมการจับจ่ายตามฤดูกาล สภาพอากาศที่ร้อนต่อเนื่อง การออกสินค้าใหม่ และการทำโปรโมชันที่ตรงใจลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม

 

ทั้งนี้ แม้ว่าจำนวนลูกค้าโดยรวมจะลดลงเล็กน้อย และได้รับผลกระทบจากการไม่ได้เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในช่วงปลายไตรมาส ประกอบกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในภาพรวมปรับตัวลดลงบ้าง แต่นักท่องเที่ยวชาวจีนยังคงมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยพยุงภาพรวมการเติบโตของบริษัทไว้ได้เป็นอย่างดี