สสว. เผย GDP SME ไตรมาส 2/2563 หดตัว 17.2% คาดทั้งปีหดตัว 9.5%


สสว. เผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (GDP MSME) ในไตรมาส 2/2563 พบหดตัว 17.2% คาดทั้งปีหดตัวถึง 9.5%

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของวิสาหกิจขนาดกลางและขยาดย่อม (GDP MSME) ในไตรมาส 2/2563 ลดลง 17.2% เป็นการลดลงต่อเนื่องจากที่ในไตรมาสแรกลดลง 3.1% โดยมีมูลค่า 1,445,258 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ GDP รวมทั้งประเทศเท่ากับ 32.9% ลดลงจากสัดส่วน 34.9% ในไตรมาสที่แล้ว ส่งผลให้ GDP MSME ในครึ่งปีแรกของปี 2562 ลดลง 9.9% บาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ GDP รวมทั้งประเทศเท่ากับ 34.0%

สำหรับสาเหตุที่ GDP MSME ไตรมาสที่ 2 ของปี 63 ลดลงมากกว่าภาพรวมของประเทศ เป็นผลมาจากความรุนแรงของโรคโควิด-19 และมีการแพร่ระบาดทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมทั้งมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ส่งผลให้ธุรกิจภาคการค้าและภาคบริการหลายประเภทที่มีความสำคัญต่อ MSME ทั้งจำนวนกิจการและจำนวนการจ้างงาน จำเป็นต้องหยุดกิจการชั่วคราว หรือแม้กระทั่งปิดกิจการ ทำให้รายได้ลดลง รวมถึงฝั่งของผู้ประกอบการเอง และในส่วนของผู้ใช้แรงงานที่ต้องขาดรายได้ ซึ่งรวมถึงรายได้จากการท่องเที่ยวที่หายไปที่มาจากชาวไทย และชาวต่างชาติตลอดทั้งไตรมาส

ขณะที่ตลอดทั้งปี 63 GDP MSME จะหดตัวถึง 9.5% ซึ่งเป็นผลจากการหดตัวของการบริโภค ทั้งภาครัฐ และเอกชนที่มีแนวโน้มหดตัวลงกว่าเดิม และทิศทางการบริโภคภายในประเทศยังไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ชะลอตัวลง อีกทั้งในภาคการลงทุนของภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอตัวลงกว่าที่คาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2563 – 2564 แม้ว่าประเทศไทยจะควบคุมโรคโควิด-19 ได้ดีอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือระบบเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญปัญหาอย่างหนัก ซึ่งโรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจไทย และยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยอื่น ๆ อีก เช่น การแข็งค่าของเงินบาท รวมถึงประเด็นทางการเมือง เป็นต้น