สัญญาณบวกเปิดรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม STV ต่อลมหายใจธุรกิจท่องเที่ยวให้ลืมตาอีกครั้ง


เป็นที่ทราบกับว่ามติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้สามารถเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้ โดยเป็นไปตามเงื่อนไข คือต้องเป็นชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้ามาพำนักในระยะยาว หรือเรียกว่า Special Tourist Visa (STV)

แน่นอนว่ามาตรการที่เกิดขึ้นนี้ย่อมส่งผลดีกับภาคธุรกิจท่องเที่ยว และแรงงาน ซึ่งที่ผ่านมารายได้ของพวกเขาต้องหายไปเป็นจำนวนมากจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนหลายธุรกิจต้องหยุดกิจการ เนื่องจากไม่มีรายได้เข้ามา รวมถึงแรงงานที่ต้องตกงานไปตาม ๆ กัน

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่าช่วง 7 เดือนแรกของปี 2563 ค่าใช้จ่ายของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย หดตัวไป 7.87 แสนล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่าได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเปิดรับกลุ่มนักท่องเที่ยว Special Tourist Visa (STV) จะมีจำนวนจำกัด โดยกำหนดเดินทางเข้าประเทศสัปดาห์ละ 100-300 คน แต่ยังมีข้อดีอยู่ คือกลุ่มนักท่องเที่ยวดังกล่าวเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อค่อนข้างสูง จึงน่าจะช่วยให้เกิดเงินหมุนเวียนในธุรกิจท่องเที่ยวดีขึ้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการเปิดรับนักท่องเที่ยวผ่านโครงการ STV อาจจะมีจำนวนไม่มากเทียบเท่ากับช่วงเวลาปกติ แต่หากในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2020 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ก็จะสร้างรายได้ราว 1,500-2,200 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับว่าทางการมีความพร้อมมากแค่ไหน

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวกลุ่ม Special Tourist Visa (STV) จะเริ่มเดินทางเข้ามาในประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายน โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของรัฐบาล ได้แก่ 1.ต้องกักตัว 14 วัน 2.มีใบรับรองแพทย์ยืนยันผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ 3.มีประกันสุขภาพระหว่างอยู่ในประเทศไทย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถอยู่ในประเทศไทยได้ 90 วัน และสามารถขอต่อวีซ่าได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 90 วัน รวมระยะเวลา 270 วัน