ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดการณ์ตลาดขนมไหว้พระจันทร์ปี 2563 หดตัว 15.8%


ใกล้เข้ามาแล้วกับเทศกาล “วันไหว้พระจันทร์” ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม แต่ดูเหมือนว่าความคึกคักของตลาดจะดูไม่ค่อยหวือหวาสักเท่าไหร่ ด้วยปัจจัยการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวอย่างรุนแรง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าตลาดขนมไหว้พระจันทร์ในปี 2563 จะมีมูลค่าราว 800 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 15.8 แน่นอนว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ขายขนมไหว้พระจันทร์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ในรายของผู้ผลิตดั้งเดิมดูเหมือนว่าจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เนื่องจากมีกลุ่มลูกค้าประจำ

ด้านกลุ่มผู้บริโภคก็พบว่ามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป โดยสัดส่วนผู้บริโภคที่สนใจเลือกซื้อขนมไหว้พระจันทร์ อยู่ที่ร้อยละ 50.7 แต่เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2562 ที่มีสัดส่วนร้อยละ 61.4 ซึ่งพบว่าลดลง เมื่อถามถึงวัตถุประสงค์ของการซื้อขนมไหว้พระจันทร์ของผู้บริโภค พบว่า ซื้อไปรับประทาน คิดเป็นร้อยละ 39.2, ซื้อไปไหว้ ร้อยละ 33.5, ซื้อไปฝากเพื่อน/ญาติ ร้อยละ 23.3 และซื้อไปแจกลูกค้าองค์กร ร้อยละ 4.0 อีกทั้ง ยังมีข้อสังเกตว่ากลุ่มคนที่มีรายได้ต่อเดือน 70,000-80,000 บาท สนใจซื้อในสัดส่วนสูงถึงเกือบร้อยละ 60

สำหรับพฤติกรรมของกลุ่มที่ซื้อขนมไหว้พระจันทร์ส่วนใหญ่ยังคง ‘ไม่แตกต่าง’ เมื่อเทียบกับปีก่อน คิดเป็นร้อยละ 71.2 ขณะที่ร้อยละ 28.8 จะปรับพฤติกรรมการซื้อ ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อเป็นหลัก ซึ่งกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เลือกที่จะปรับลดจำนวนการซื้อขนมไหว้พระจันทร์ในสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 77.6 และเปลี่ยนไปซื้อขนมไหว้พระจันทร์ที่มีราคาถูกลงสัดส่วนร้อยละ 19