คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ บอร์ด กทค. รับรอง “แจส–ทรูมูฟ” ที่เป็นผู้ชนะการประมูล 4 จีอย่างเป็นทางการ
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีมติรับรองผลการประมูล 4 จีคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์อย่างเป็นทางการ โดยผู้ชนะประมูล ต้องชำระเงินค่าประมูลงวดแรก 8,040 ล้านบาท หรือ 50% ของมูลค่าคลื่นความถี่ 16,080 ล้านบาท ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กสทช. หรือภายใน มี.ค.59 โดยในวันนี้ (22 ธ.ค.) ผู้ชนะประมูล 3 จีคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ต้องนำเงินค่าประมูลงวดสุดท้ายมาชำระรวม 11,134.68 ล้านบาท ซึ่งจะนำส่งกระทรวงการคลัง เป็นรายได้แผ่นดินต่อไป
ทั้งนี้ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่นฯ และ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ฯ ได้แถลงข่าวเพื่อชี้แจงถึงเหตุผลในการทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเข้าเข้าประมูลใบอนุญาตครั้งนี้ โดยนายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ระบุว่า การได้ใบอนุญาต 4 จีคลื่น 900 เป็นก้าวย่างสำคัญของแจสโมบาย ปิดความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี จากเดิม จัสมินมีธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบมีสาย (Fixed line) เท่านั้น แต่ตอนนี้มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย (Mobile) เข้ามาเสริม ทำให้แข่งขันได้ดีขึ้น
โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมด้านการเงิน โดยแหล่งเงินมาจากหลายทาง แต่จะไม่ได้มาจากการเพิ่มทุนหุ้นจัสมิน (JAS) แน่นอน ทั้งนี้ ตั้งเป้าปีแรกมีลูกค้า 2 ล้านเลขหมาย และ 5 ล้านเลขหมายใน 3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำกำไรได้ในปีที่ 3 ส่วนเงินลงทุนโครงข่ายน่าอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท นอกเหนือจากการนำ แจสโมบายเข้าตลาดหุ้นภายใน 3 ปีจากนี้
ขณะที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ออกมาแถลงข่าวโดยระบุว่า การต่อสู้ระหว่างทรูมูฟเอช และผู้ให้บริการ 2 รายใหญ่ มีวัตถุประสงค์ไม่เหมือนกัน สำหรับผู้ให้บริการรายใหญ่ การประมูลราคาสูงถือเป็นต้นทุน และทำได้เพียงรักษาฐานลูกค้าเดิม แต่สำหรับทรู เป็นการลงทุนเพื่อเติบโต สร้างฐานลูกค้าใหม่ ถือว่าคุ้มค่า เพราะคลื่น 900 มีศักยภาพสูงครอบคลุมกว้างไกล ประหยัดงบลงทุนโครงข่ายใน 3-4 ปีข้างหน้า ราว 45,000 ล้านบาท และยังมีโอกาสจะได้ลูกค้า 2 จีบนคลื่น 900 เดิมมาให้บริการต่อได้อีก ซึ่งความสำเร็จจากการประมูลครั้งนี้ ทำให้ทรูมูฟเอชกลายเป็นผู้ประกอบการที่มีคลื่นความถี่มากที่สุดถึง 55 เมกะเฮิรตซ์ และให้บริการ 4 จีแอดวานซ์ (บริการบนคลื่นความถี่รวม 40 เมกะเฮิรตซ์ขึ้นไป) ที่มีความเร็วระดับสูงได้ โดยทรูมีความหวังด้วยว่าจะช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมไทยให้ก้าวสู่ระดับอาเซียน
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ (22 ธ.ค.) ผู้แพ้การประมูล 2 ราย ได้แก่ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC จะมีการแถลงข่าวถึงรายละเอียดที่ไม่ชนะการประมูลครั้งนี้ ซึ่งทีมข่าวจะมีรายงานถึงความคืบหน้าในช่วงต่อไป