‘สมคิด’ สั่งเอกชนปรับแผนรองรับ 9 คลัสเตอร์


‘สมคิด’ สั่งเอกชนปรับรูปแบบการดำเนินงาน เพื่อรองรับ 9 คลัสเตอร์ให้ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว

          นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อน 9 คลัสเตอร์อุตสาหกรรม ว่า หลังจากที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ได้กำหนดนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมในรูปแบบคลัสเตอร์ 9 กลุ่มอุตสาหกรรม ก็ได้มีแนวทางให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องปรับปรุงแผนการดำเนินงานเพื่อผลักดันนโยบายส่งเสริมคลัสเตอร์ให้ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว

           ทั้งนี้ มีแนวคิดที่จะเพิ่มบทบาทสถาบันนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ และสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เนื่องจากทั้ง 3 สถาบันนี้ ดูแลในเรื่องหลักๆที่ปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ คือ นวัตกรรม มาตรฐาน และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของประเทศ โดยในปีหน้าจะมีความชัดเจนว่าจะปรับโครงสร้างการทำงานอย่างไร

             นอกจากนี้ จะให้สถาบันเครือข่ายในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมทั้ง 11 แห่ง ได้แก่ สถาบันยานยนต์ ,สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ,สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ,สถาบัน เหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ,สถาบันอาหาร ,สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ,สถาบันพลาสติก ,สถาบันไทย-เยอรมัน ,สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ,สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ และสถาบันการก่อสร้างแห่งประเทศไทย รวมทั้งสถาบันที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ปรับรูปแบบการดำเนินงานให้เข้ามาสนับสนุนทั้งทางด้านวิชาการ การบริหารจัดการอย่างเจาะจงทั้ง 9 คลัสเตอร์        

         ในส่วนของคลัสเตอร์ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ได้แก่ คลัสเตอร์หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม ,คลัสเตอร์อุตสาหกรรมวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์และสุขภาพ และคลัสเตอร์ชิ้นส่วนอากาศยาน โดยในคลัสเตอร์หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม จะมุ่งเน้นในการพัฒนาระบบแขนกล และระบบอัตโนมัติต่างๆ รวมทั้งซอฟท์แวร์ในการควบคุม  ส่วนคลัสเตอร์อุตสาหกรรมวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์และสุขภาพ จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มย่อย ได้แก่ ธุรกิจบริการทางการแพทย์ อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ และอุตสาหกรรมยา โดยในกลุ่มบริการทางการแพทย์จะไปได้เร็วที่สุด เพราะไทยมีความพร้อมสูง

          ด้านคลัสเตอร์ชิ้นส่วนอากาศยาน ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่าจะใช้พื้นที่บริเวณอู่ตะเภา โดยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ธุรกิจซ่อมบำรุงอากาศยาน และอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน ซึ่งจะลงไปส่งเสริมผู้ผลิตชิ้นส่วนให้ต่อยอดไปสู่การผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน โดยจะต้องเปลี่ยนจากการใช้เหล็กมาเป็นโลหะผสมไททาเนียม หรืออลูมิเนียมในการผลิตชิ้นส่วน และจะต้องใช้ความแม่นยำในการผลิตที่มากขึ้น