กนอ.กางแผนยุทธศาสตร์ศก.ชายแดน


กนอ.เปิดแผนยุทธศาสตร์เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ปี 59 สนองตามเป้าหมายรัฐบาลในรูปแบบคลัสเตอร์และซูเปอร์คลัสเตอร์

          ดร.วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ในปี 2559 ได้กำหนดแนวทาง และยุทธศาสตร์ในการเร่งขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน และเขตเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์และซูเปอร์คลัสเตอร์ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ทางรัฐบาลได้กำหนด โดยเฉพาะการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ในระยะแรก 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตาก สระแก้ว สงขลา มุกดาหาร และตราด ซึ่ง กนอ.ได้เร่งดำเนินการออกแบบศึกษารูปแบบนิคมฯ ให้แล้วเสร็จ ภายในปี 2559 และปี 2560 เพื่อให้เป็นพื้นที่ในการพัฒนาตามนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษสามารถทยอยเปิดดำเนินการได้ภายในปี 2561-2562

          ทั้งนี้ แผนยุทธศาสตร์ในปี 2559 กนอ.ได้เร่งผลักดันโครงการการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ต่างๆ ระยะแรก ได้แก่ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสระแก้ว และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตาก  โดยมองว่าทั้ง 2 จังหวัด มีความพร้อมมากสุดในการพัฒนาพื้นที่ที่จะรองรับอุตสาหกรรมต่างๆ ที่สำคัญต่อการเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในอนาคต ได้แก่ อุตสาหกรรมบริการและโลจิสติกส์จะส่งผลให้เกิดความคล่องตัวในการค้าข้ามแดน เกิดการจ้างงานในพื้นที่ และเชื่อมโยงด้านระบบโลจิสติกส์ทั้งภายในประเทศ และภายนอกประเทศ

          สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเมืองยาง (Rubber City) โครงการระยะที่ 3 ขณะนี้มีความคืบหน้าอยู่ระหว่างพิจารณาจัดหาบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างต้นปี 2559 โดยระหว่างการก่อสร้างจะเปิดให้ภาคเอกชนที่มีความสนใจสามารถเข้ามาจับจองซื้อที่ดินเพื่อการลงทุน (Pre-sale) พร้อมข้อเสนอพิเศษ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดตัวโครงการเมืองยางได้อย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมปีหน้า และจะสามารถรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญของประเทศ        

         สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย จะแบ่งออกเป็น 1.กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมยางสำหรับยานยนต์ อุตสาหกรรมท่อยาง อุตสาหกรรมถุงมือยาง/ถุงยางอนามัย อุตสาหกรรมแปรรูปน้ำยางข้น อุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางพารา และ 2.กลุ่มอุตสาหกรรมสนับสนุน อาทิ โครงการนำร่อง “สวนยางในอนาคต” โครงการอาร์แอนด์ดี (R/D) ศูนย์ข้อมูล ศูนย์แสดงสินค้าโลจิสติกส์ ตลาดกลาง คลังสินค้า รวมทั้งการมีสถาบันฝึกอบรม พัฒนาบุคลากร สถาบันการศึกษาเกี่ยวกับยางพาราเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการแข่งขันในอุตสาหกรรมยางพาราที่คาดว่าจะมีการแข่งขันด้านราคาในตลาดโลกที่สูงขึ้นในอนาคต