ภาครัฐหนุนเอกชนลงทุนในต่างประเทศ


ก.พาณิชย์ ประชุมคณะทำงานส่งเสริมการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศ

เน้นให้ภาคเอกชนนำ ภาครัฐสนับสนุนมุ่ง Outward Investment

       นางอภิรดี  ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐของคณะทำงานส่งเสริมการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศ    ได้เชิญหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมคณะทำงานฯ เพื่อร่วมกันหารือแนวทางการผลักดันการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศ โดยมีนายสนั่น อังอุบลกุล เป็นหัวหน้าทีมภาคเอกชน

        การประชุมในครั้งนี้ นับเป็นการประชุมครั้งแรกภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้แต่งตั้งคณะกรรมการภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในลักษณะภาคเอกชนนำและภาครัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวกและสนับสนุน โดยคณะทำงานส่งเสริมการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศนี้ เป็นหนึ่งในคณะทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจในด้านต่างๆ จำนวน 12 คณะภายใต้คณะกรรมการภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ 

          นอกจากจะรับฟังแนวทางการผลักดันการส่งออกและการแก้ไขปัญหาจากภาคเอกชนในรายตลาดแล้ว คณะทำงานฯ ได้ให้ความสำคัญในเรื่อง Outward Investment  หรือการส่งเสริมให้ภาคเอกชนไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้มีการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ถึงขอบเขตการดูแลของสองหน่วยงานแล้ว BOI จะรับผิดชอบในส่วนของ Manufacturing Based และกระทรวงพาณิชย์จะรับผิดชอบในส่วนของ Non-Manufacturing Based ซึ่งได้แก่ การเปิดธุรกิจหรือแฟรนไชส์ในต่างประเทศ รวมถึงการตั้งสำนักงาน ต่างประเทศ

          ทั้งนี้ ในส่วนของ Outward Investment นี้ คณะทำงานได้กำหนดกรอบการดำเนินงานเป็นช่วงๆ โดยในช่วง 1 – 2 เดือนนี้ ภาครัฐจะสนับสนุนด้านข้อมูลเชิงลึกรายเมือง/รายประเทศ กฎระเบียบเชิงลึก รวมรวมข้อมูลธุรกิจที่มีการลงทุนอยู่แล้วและผู้ลงทุนในแต่ละตลาด ตลอดจนรูปแบบการลงทุนที่แต่ละตลาดต้องการ

        ในขณะที่ภาคเอกชนจะทำหน้าที่รวบรวมและจัดลำดับความเร่งด่วนของปัญหาอุปสรรคที่ต้องการแก้ไข ต่อจากนั้นจะเป็นการเชิญชวนและจัดสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการที่สนใจลงทุนในต่างประเทศ เพื่อพัฒนาความรู้ เตรียมความพร้อม เสริมสร้างสมรรถนะเป็นรายบริษัท และนำภาคเอกชนเดินทางไปสำรวจลู่ทางและจับคู่ธุรกิจในแต่ละตลาด โดยได้เริ่มทาบทามคู่ค้านักลงทุนใน 2 ตลาดหลัก คือ กัมพูชา และเวียดนาม แล้ว