“สมคิด” เชื่อ 5 มาตรการช่วยกระตุ้นศก.ฐานราก


“สมคิด” เชื่อ 5 มาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากจะช่วยสร้างเศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง ย้ำมาตรการทั้งหมดเกิดขึ้นแน่นนอนในปีนี้

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวในพิธีบันทึกลงนามความร่วมมือสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งสู่เศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืนระหว่างองค์กรชุมชน หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชน ว่าภาครัฐจะผลักดันในเศรษฐกิจฐานราก ผ่าน 5 มาตรการใหญ่ซึ่งทางการทำงานของกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องได้แก่ 1.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชนบท ในสิ่งที่จำเป็นต่อการผลิตต่อชีวิตคนในท้องถิ่นทั้งในแนวดิ่งและแนวราบ 2. ธนาคารธกส.ร่วมมือกับธนาคารออมสิน สภาการเกษตรในการร่วมมือกันเพิ่มมูลลค่าสินค้าของเกษตรกรและผลักดันให้เกิดเอสเอ็มอีเกษตรกรโดยพัฒนาสร้าง 1 เอสเอ็มอี เกษตรอุตสากรรมให้เกิดขึ้นในหนึ่งตำบล 3. กระทรวงพาณิชย์ในการสร้างตลาดประชารัฐหรือตลาดกลางทางสินค้าการเกษตรเพื่อให้เกิดช่องทางในการกระจายสินค้าของชาวบ้าน 4.ด้านการท่องเที่ยวซึ่งได้มีการหารือกับทาง ททท.ในการผลักดันให้เกิดการลงทุนด้านการท่องเที่ยวหรือโครงการ 1 ตำบล 1 แหล่งท่องเที่ยว และมาตรการสุดท้ายภาครัฐจะลงทุนอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ในทุกตำบล เพื่อเปิดช่องทางการจำหน่ายสินค้าอีคอมเมิร์ซซึ่งล่าสุด ครม. อนุมัติในหลักการแล้ว โดยจะเริ่มลงทุนเดินหน้าให้เกิดขึ้นในทันที

สำหรับพิธีบันทึกลงนามความร่วมมือสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งสู่เศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืนระหว่างองค์กรชุมชนหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชน ทั้ง 3 ภาคส่วนกว่า 30 องค์กรจะเป็นตัวช่วยในผลักดันเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความยั่งยืน และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนฐานราก

ซึ่งจะมีผู้อำนวยการสถาบันองค์กรชุมชนหรือ พอช. เป็นประธานมีคณะกรรมการทั้งภาครัฐและเอกชนรวม 28 คนซึ่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากจะดำเนินการร่วมกับองค์กรภาคีทั้ง 30 องค์กรในครั้งนี้จะใช้พื้นที่ที่ พอช. ดำเนินการอยู่แล้ว โดยในปี 5 9 มีเป้าหมายจำนวน 1,500 ตำบลและเพิ่มเป็น 2,500 ตำบลในปี 60 โดย พอช. จะมีบทบาทสนับสนุนให้เกิดแทนพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน การสร้างพื้นที่รูปธรรมระดับตำบลและคัตเตอร์ทั้งนี้ในเบื้องต้นจะนำร่องการขับเคลื่อนโดยใช้พื้นที่การผลิตหรือคัตเตอร์เป็นกลไกในการขับเคลื่อนอาทิกลุ่มเกษตรอินทรีย์ประมงชายฝั่ง และบ้านมันคงหลังจากนั้นจะขยายไปสู่คัตเตอร์อื่นๆต่อไป