OTOP ใครเจ๋งมาทางนี้ วิทย์ใจดีมีเงินให้!!


ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า “คูปองวิทย์เพื่อโอทอป” ให้บริการใน 6 เรื่อง คือ พัฒนาคุณภาพวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ออกแบบนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ มาตรฐาน บรรจุภัณฑ์ และเครื่องจักร ครอบคลุมกลุ่ม OTOP ทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มเริ่มต้นทำผลิตภัณฑ์ (Start Up) กลุ่ม OTOP ปัจจุบัน และกลุ่ม OTOP ที่ต้องการก้าวไปสู่ SMEs โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ อาทิ สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.) กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.)  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศ (วว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) ร่วมกันนำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี นวัตกรรม เครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงเครือข่ายการทำงานในต่างจังหวัดทั้งอุทยานวิทยาศาสตร์และคลินิกเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาและยกระดับ OTOP ทั่วประเทศ พร้อมทั้งจัดช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ (e-market place) สำหรับผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นให้ด้วย

        โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติครบถ้วน จะมีที่ปรึกษาและแผนพัฒนา OTOP ตามความต้องการที่เหมาะสม เพื่อเลือกใช้บริการใน 6 ด้านดังกล่าว ในวงเงิน 300,000 – 500,000 บาทต่อปีต่อราย โดยสัดส่วนการสนับสนุนเงินคูปองฯ และเงินลงทุนร่วมของผู้ประกอบการ ตั้งแต่ 30% – 70% ขึ้นกับบริการและจำนวนการจ้างงาน

        จากการแนะนำ “คูปองวิทย์เพื่อ OTOP” ในงาน OTOP CITY 2015 ที่ผ่านมา มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จึงเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จนถึงเดือนมีนาคม 2559 คาดว่าจะสามารถดำเนินการยกระดับ OTOP ได้มากกว่า 200 ผลิตภัณฑ์ และยังคงเปิดรับใบสมัครต่อเนื่องเพื่อพิจารณาให้คูปองฯ ในรอบปีงบประมาณถัดไป

        ทั้งนี้ ยังได้วางเป้าหมายว่า ในปี 2560 จะเกิดกลุ่ม OTOP ใหม่ เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม 310 ผลิตภัณฑ์กลุ่ม OTOP ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว ได้รับการกระดับมาตรฐาน 620 ผลิตภัณฑ์ และเกิด OTOP กลุ่มเจริญเติบโตทียกระดับขึ้นเป็น SMEs 105 ราย และมีผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออก 20 ราย ผลิตภัณฑ์ OTOP ที่พัฒนาด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม จะทำให้ผู้ประกอบการ OTOP มีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ต่อราย และสามารถขายเชิงพาณิชย์ร้อยละ 30  ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจฐานรากประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี ที่สำคัญยิ่งก่อให้เกิดเศรษฐกิจฐานรากที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืน บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผู้ประกอบการสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1313 หรือ www.most.go.th