“นพวรรณขนมไทย” ขนมตำหรับชาววัง สร้างสรรค์เพื่อสุขภาพ


เมื่อพูดถึงขนมไทย หลายคนอาจนึกถึงความมันของกะทิ และความหวานของน้ำตาล ซึ่งมีผลต่อสุขภาพมากมาย แต่ถ้าพูดถึง ขนมไทยเพื่อสุขภาพ หลายคนอาจสงสัยว่า ความหวานกับความมัน จะดีต่อสุขภาพได้อย่างไร? แต่สำหรับ ”นพวรรณขนมไทย” ที่ใช้ความรู้ประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนานกว่า 30 ปี ทำให้สามรถพัฒนานสูตรขนมไทยจนสามารถแก้โจทย์นี้ได้อย่างลงตัว

 

อาจารย์นพวรรณ จงสุขสันติกุล ผู้ก่อตั้ง “นพวรรณขนมไทย” เล่าว่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้น ของธุรกิจนพวรรณขนมไทย เริ่มมาจากความฝัน ที่อยากจะเห็นขนมไทยได้ไปวางขายอยู่ในต่างประเทศและได้รับความนิยมเช่นเดียวกับขนมต่างๆ ของโลกตะวันตก ความฝัน อ.นพวรรณเริ่มเป็นรูปร่าง เมื่อต้นปี 2541เมื่อรัฐบาลในณะนั้นได้เล็งเห็นความสำคัญของขนมไทย พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอยการ เพิ่มมูลค่าให้ขนมไทยได้

โกอินเตอร์

 

อ.นพวรรณ จึงหันเหชีวิตจากการเป็นมนุษย์เงินเดือน ที่ทำมายาวนานกว่า 15-16 ปี มาเป็นนักธุรกิจขนมไทยอย่างเต็มตัว โดยอาศัยความรู้และประสบการณ์การทำขนมไทย ที่ได้รับการถ่ายทอดจากคุณยายและคุณแม่ มาทำขนมขาย ในรูปแบบ ‘ทำขนมไทยตามสั่ง’ และถ้ามีเวลาว่างก็จะไปเป็นอาจารย์สอนวิชาชีพการทำขนมที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

สำหรับ จุดเด่นของ  “นพวรรณขนมไทย” อ.นพวรรณเผยว่า คือ ความพิถีพิถันและใส่ใจในรายละเอียดของการทำทุกขั้นตอนตามลักษณะของอาหารชาววัง แต่เน้นรูปลักษณ์ของขนมที่ดูทันสมัยสวยงามรสชาติถูกปากอย่างเช่นขนม อาลัวดอกกุหลาบ ซึ่งก็เคยได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มาแล้วด้วย  ที่สำคัญขนมที่ลูกค้าสั่งทำนั้นจะมีรูปแบบที่ไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละราย เพราะ อ.นพวรรณต้องการให้ลูกค้ามีความรู้สึกภูมิใจในความเป็นเจ้าของ  ของขนมที่ซื้อไป 

 

ในด้านสูตรของขนมนั้นยังคงไว้ตามต้นตำรับชาววัง เพียงแต่ลดความหวานของขนมลง และเปลี่ยนมาใช้ความหวานที่มาจากพืชอย่างเช่นหญ้าหวานแทน  ส่วน ความมันของกะทิ ก็ลดปริมาณลงแล้วใส่ข้าวบาร์เลย์แทนหรือการนำ พืชผัก และสมุนไพร มาเป็นส่วนผสมด้วย เป็นการ เพิ่มคุณค่าอาหาร ทำให้เกิด ขนมไทย รูปแบบใหม่ ที่มีความอร่อยลงตัว และ ส่งผลดีต่อสุขภาพได้ด้วย  ตามคติที่  อ.นพวรรณ ยึดถือ คือ “อาหาร ก็คือของที่กินได้แล้วต้องดีต่อสุขภาพด้วย ไม่ใช่กินแล้วเจ็บป่วย เพราะถ้าอย่างนั้นก็ไม่เรียกว่าอาหาร”

 

จนกระทั่งในปี 2547 นพวรรณมีโอกาสได้เข้าอบรมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ เพื่อขยับจากรูปแบบธุรกิจที่ทำโดยคนๆ เดียว มาสู่ระบบแฟรนไชส์ ซึ่งก็ถือเป็นรุ่นแรกๆ  จากนั้นก็ได้ไปอบรมและดูงานต่างประเทศจัดจำหน่ายขนมไทยต่าง ๆ และเครื่องดื่มสมุนไพร พร้อมสอนทำขนมไทยทุกชนิด อาทิเช่น ขนม 9 มงคล, อาหารว่าง จนเมื่อเริ่มมีความเชียวชาญด้านระบบแฟรนไชส์พอสมควร จึงเริ่มเปิดขายแฟรนไซส์ฃึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระบบ ได้แก่

1.เป็นลักษณะการเรียนเป็นสูตรๆ ไม่กำหนดราคาตายตัวแล้วแต่ความพร้อมของผู้ที่สนใจ อ.นพวรรณ ก็จะพิจารณาเป็นรายๆไป

2.มาสเตอร์แฟรนไซส์ ซึ่งจะกำหนดแค่จังหวัดละ 1 คน เท่านั้น ลงทุน  200,000 บาท จะได้สูตรขนมไม่ต่ำกว่า 30 สูตรพร้อมอุปกรณ์

โดยทั้ง 2 ระบบ อ.นพวรรณ ก็จะเป็นผู้ให้คำปรึกษาการทำธุรกิจ และแฟรนไซส์เมื่อเรียนไปแล้วสามารถ ไปสร้างแบรนด์ของตัวเองได้เลยไม่จำเป็นจะต้องใช้ชื่อแบรนด์ นพวรรณ ขนมไทย เพราะ อาจารย์ ต้องการขยายความรู้การทำขนมและให้เกิดคความนิยมของขนมไทยในหมู่คนไทยและต่างชาติมากกว่าการขายธุรกิจของอาจารย์เอง

สุดท้ายนี้ อ. นพวรรณ ยังบอกอีกว่า อนาคตของ นพวรรณขนมไทยนั้นก็ยังจะคงพัฒนาสูตรขนมให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าโดยเน้นเรื่องสุขภาพเป็นหลัก  และคิดว่าทุกวันนี้ขนมไทยก็เริ่มเป็นนิยมมากยิ่งขึ้นจึงไม่ห่วงเรื่องที่ว่าขนมไทยจะหายไปจากการรับรู้ของคนไทย ยิ่งเปิดประชาคมอาเซียน ก็ยิ่งเป็นโอกาศ ของผู้ทำอาชีพขนมไทยมากยิ่งขึ้นเพราะเชื่อว่าในบรรดาชาติในอาเซียนนั้นขนมไทย ถือเป็นขนม ที่มีรสชาติและความประณีต ที่ไม่มีใครเทียบได้อย่างแน่นอน

 

ร้านนพวรรณขนมไทย อยู่ที่ 88/9 ถ.เทศบาลสงเคราะห์ ประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์ 0-2591-5173 โทรสาร 0-2589-5759