ปริมาณส่งออกของญี่ปุ่นลดลงแม้เงินเยนจะอ่อนค่า


วอลล์สตรีทเจอนัลด์ รายงานว่า ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความท้าทายของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ซึ่งชนะการเลือกตั้งถล่มทลายในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาแม้เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเจอการติดลบติดกันสองไตรมาส โดยค่าเงินเยนที่อ่อนค่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของนโยบายสนับสนุนการเติบโตของนายอาเบะ ซึ่งชี้ว่าการอ่อนค่าของเงินเยนเป็นวิธีที่เพิ่มการส่งออกและการลงทุนในประเทศ

แต่ในช่วง 2 ปีที่อยู่ในตำแหน่ง นายอาเบะต้องเผชิญกับความสงสัยที่เพิ่มขึ้นถึงประโยชน์ของการอ่อนค่าของเงินเยน และความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของนโยบายนี้ ซึ่งทำให้เขาต้องอยู่ในโหมดตั้งรับระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง โดยธุรกิจเอสเอ็มอีซึ่งตามไม่ทันกับการปรับขึ้นอัตราภาษีที่เรียกเก็บจากการขายสินค้าและบริการ (sales tax) และเงินเฟ้อ ต้องเจอผลกระทบหนักสุดจากต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้นและนักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่าเรื่องนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อการเติบโต

ค่าเงินเยนได้แตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปีในช่วงก่อนหน้าในเดือนนี้ และลดลง 30% เทียบกับยูเอสดอลลาร์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยนายอาเบะได้ขอให้ผู้ส่งออกใช้ประโยชน์จากค่าค่าเงินเยนอ่อนในการลดราคาขายในต่างประเทศและขยายมาร์เก็ตแชร์ ซึ่งจะเพิ่มการผลิตและกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ผู้ส่งออกจำนวนมากไม่ได้ทำตามคำแนะนำนี้ แต่เลือกที่จะบุ๊คเป็นกำไรที่สูงขึ้นเวลาที่แปลงกำไรจากธุรกิจในต่างประเทศ

ข้อมูลจากธนาคารกลางญี่ปุ่นแสดงให้เห็นว่า ราคาส่งออกในเดือนที่แล้วตกลง 1.9% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงการคลัง ชี้ว่า ปริมาณการส่งออกไม่ค่อยเติบโตในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่มูลค่าการส่งออกได้เพิ่มขึ้นประมาณ 10% นายยูชิ โคดามะ (Yuchi Kodama) นักเศรษฐศาสตร์ของเมจิ ยาซูดะ ไลฟ์ อินชัวรันส์ (Meiji Yasuda Life Insurance Co.) กล่าวว่า ถ้าราคาขายของสินค้าส่งออกไม่ได้ถูกลดลงอย่างมาก บริษัทญี่ปุ่น เช่น ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ก็ไม่น่าที่จะแย่งมาร์เก็ตแชร์จากคู่แข่งในชาติเอเชียอื่นๆ

ขอบคุณภาพจาก www.thehindu.com