คาดการณ์หนี้เสียในอินโดนีเซียลดลง


เดอะ จาร์กาต้า โพสต์ รายงานว่า นายฮาลิม อะลามยา (Halim Alasyah) รองผู้ว่าของแบงก์ อินโดนีเซีย (Bank Indonesia) กล่าวว่า ธนาคารกลางคาดการณ์ว่าหนี้เสียโดยรวม ซึ่งอยู่ในสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จะลดลงภายในปลายปี 2558 เปรียบเทียบกับปีที่แล้ว โดยตัวเลขจากรีวิวนโยบายการเงินของแบงก์ อินโดนีเซีย พบว่า  สำหรับปีนี้ อัตราส่วนเอ็นพีแอลจะอยู่ต่ำกว่า 2% เทียบกับตัวเลขเอ็นพีแอลในเดือนพฤศจิกายนที่ 2.4% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดของปีที่แล้ว   

นายฮาลิม อะลามยา กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจในปีนี้จะส่งเสริมการกระจายตัวของสินเชื่อ และคุณภาพของสินเชื่อจะดีขึ้นจากที่เห็นในปี 2557 โดยแบงก์ อินโดนีเซีย คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 5.6-5.8% ในปี 2558 ขณะที่เป้าการเติบโตในปี 2557 อยู่ในช่วง 5.1-5.5% ทั้งนี้แนวโน้มการเติบโตสินเชื่อก็อยู่เชิงบวกเช่นกัน โดยคาดว่าจะมีการเติบโต 15-17% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ 13% ในปีที่แล้ว แต่รองผู้ว่าของแบงก์ อินโดนีเซีย ก็ยอมรับว่า เป็นไปได้ที่จะเห็นหนี้เสียในเซ็คเตอร์โภคภัณฑ์และก่อสร้าง โดยจะจับตาดูในเซ็คเตอร์นี้เนื่องจากราคาโภคภัณฑ์อาจจะย่ำแย่ลงต่อเนื่องในปีนี้ 

นายเกล็น กลีนาดี (Glen Glenardi) ประธานของแบงก์ บุ๊คโคพิน (Bank Bukopin) กล่าวว่า ธนาคารขนาดกลางจะลดการปล่อยสินเชื่อในเซ็คเตอร์เหมืองและเซ็คเตอร์ที่เกี่ยวกับทรัพยากร เพื่อลดปริมาณหนี้เสีย โดยธนาคารจะรักษาระดับหนี้เสียให้อย่างน้อยอยู่ที่ 3% โดยอยู่ในระดับเดียวกับปีที่แล้ว และจะเน้นสินเชื่อไปที่เอสเอ็มอีและธุรกิจค้าปลีก ขณะที่ประธานแบงก์ เมกา (Bank Mega) นายคอสทาแมน ทายิบ (Kostaman Thayib) กล่าวว่า เอ็นพีแอลของแบงก์จะลดลงจากคาดการณ์ 3% ในปี 2557จากความเชื่อของรัฐบาลที่ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว