Albert Kong กูรูแนะเคล็ดลับพิชิตธุรกิจแฟรนไชส์


สัมภาษณ์พิเศษ Albert Kong, ซีอีโอ Asiawide Franchise Consultants บริษัทที่ปรึกษาทางด้านแฟรนไชส์ ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในธุรกิจแฟรนไชส์มากกว่า 20 ปี และยังตีพิมพ์แมกกาซีน Asia Franchise & Business Opportunities ในภาษาจีนกลาง-อังกฤษ 

-มองเทรนด์ธุรกิจแฟรนไชส์ในเอเชียอย่างไร  

ผมคิดว่าสิ่งที่ชัดเจนคือ ไลฟ์สไตล์ โดยต้องขอบคุณภาพยนต์, เพลง, โซเซียลมีเดีย, อินเตอร์เน็ต ผู้คนมีความปราถนาถึงสิ่งที่ดีกว่า สิ่งใหม่ และสิ่งที่ได้รับความนิยม เป็นการเติมเต็มความต้องการในการมีชีวิตที่ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น ในเวียดนาม, จีนและประเทศอื่นๆ ผับที่เสิร์ฟเบียร์กับไก่ทอดได้รับความนิยมสูงในทันทีทันใด เพราะมีโคเรีย ดราม่า ที่ทำให้มันได้รับความนิยม คนที่ได้ดูดราม่าเรื่องนี้ไม่ว่าจะอยู่ในจีนหรือเวียดนามจะรู้สึกว่า คนหนุ่มสาวจะชอบอาหารแบบนี้ และแนวความคิดนี้ก็เกิดขึ้นมา และทุกคนก็ลอกเลียนแบบ

นอกจากนั้น ต้องขอบคุณเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม และโซเชียลมีเดียต่างๆ ผู้คนก็พูดกันว่าในปัจจุบันโยเกิร์ตที่ดีที่สุดมาจากสเปน ที่ชื่อว่า Llaollao (อ่านว่า เยา-เยา yow-yow)  และทุกคนก็พูดถึงมัน และมีคนมาถามผมว่าจะนำแบรนด์นี้มาที่สิงคโปร์ได้ไหม, นำมาที่ฮ่องกงได้ไหม

ดังนั้นเทรนด์จึงถูกสร้างขึ้นจากหลายสิ่งอย่าง โดยเฉพาะโซเซียลมีเดีย ปัจจุบันเป็นโลกที่ไร้พรมแดน ผู้คนก็แชร์ข้อมูลกันอย่างรวดเร็ว และอย่างที่ผมพูดคำว่า “ไลฟ์สไตล์”

-เราจะมีวิธีการทำเงินกับเทรนด์ที่ใช่อย่างไร

แน่นอนว่าคุณต้องทำการบ้าน เช่น ในญี่ปุ่น มีผู้สูงอายุจำนวนมากที่มีชีวิตอยู่ด้วยตัวเอง และพวกเขามีเงินออมจำนวนมาก แต่พวกเขาคุ้นเคยกับการอยู่บ้านหลังเดิม อพาร์ทเมนต์หลังเดิม เมื่อแก่ตัวลงไป คุณก็ไม่สามารถทำหลายสิ่งหลายอย่างได้ บางทีคุณอาจจะอ่อนแอเกินไปที่จะอาบน้ำเอง หรืออาจจะอ่อนแอเกินไปที่จะพาสุนัขไปเดินเล่น จึงมีแฟรนไชส์จากอเมริกาที่ไปได้ดีในญี่ปุ่น โดยแฟรนไชส์นี้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้สูงอายุ สิ่งที่แฟรนไชส์นี้ทำก็คือ ส่งคนไปดูแลผู้สูงอายุ เช่น อาบน้ำให้ผู้สูงอายุ, พาไปเดินเล่น หรือแค่อยู่เป็นเพื่อนพวกเขา และก็คิดค่าบริการเป็นชั่วโมง ดังนั้นจะเห็นได้ว่ามีความต้องการอยู่ แต่ถ้าคุณนำคอนเซปต์นี้ไปสู่ประเทศอย่างเช่น ฟิลิปปินส์ ก็ไม่มีทาง เพราะเป็นประเทศที่มีประชากรวัยหนุ่มสาว

คุณต้องมองให้ออกว่ามีความต้องการหรือไม่ (Need) ถ้าไม่มีความต้องการ ก็ไม่มีตลาด นอกจากนั้น การจะดูว่าเทรนด์นั้นเวิร์คหรือไม่ ก็ต้องทำการบ้าน ดูว่าตลาดนั้นมีกำลังจ่ายเงินซื้อหรือไม่ ดูว่าวัฒนธรรมห้ามการทำธุรกิจนั้นหรือไม่ แม้ว่าธุรกิจนั้นจะดีมาก แต่ถ้าชื่อของมันผิด เช่น ถ้าโลโก้แฟรนไชส์เป็นรูปหมู คุณก็ไม่สามารถไปในประเทศมุสลิม พวกเขาจะฆ่าคุณได้! ดังนั้นแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จมาก ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไปได้ทุกแห่ง

-ดีเอ็นเอของโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จมีอะไรบ้าง และอะไรคือสิ่งที่ท้าทายที่สุด

คอนเซปต์ (Concept), ผู้บริโภค (Consumers), สัญญา (Contract), เงินทุน (Capital) ผมใช้ตัวอักษรซี ตัวซีอีก 2 ตัวก็คือ ความสามารถ (Capability) และคาแรคเตอร์ (Character) ของพาร์ทเนอร์ ยกตัวอย่าง ถ้าคุณได้เลือกแฟรนไชซี่ที่ดีในต่างประเทศ (Franchisee หมายถึง ผู้รับสิทธิ์ในการดำเนินธุรกิจตามระบบที่เจ้าของสิทธิ์ได้จัดเตรียมไว้) และแฟรนไชซี่รายนี้มีความสามารถและมีคาแรกเตอร์ที่ใช่ เขาจะแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง เขาจะรู้วิธีจัดการกับสินค้าที่ติดอยู่ที่ศุลกากร, เขาจะรู้วิธีจัดการกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่มาอย่างสม่ำเสมอและพยายามจะไถเงิน (ask for money), เขาจะรู้วิธีเลือกพนักงานที่ใช่

แต่ถ้าคุณเลือกพาร์ทเนอร์ที่ผิด (wrong candidate) หรือคาแรกเตอร์ที่ผิด (wrong character) เช่น สมมุติว่า มีคนในอีกประเทศหนึ่ง บอกคุณว่าต้องการเป็นแฟรนไชซี่ของคุณ (ซึ่งคุณทำธุรกิจการศึกษา เปิดสถาบันสอนภาษา) แม้ว่าคนๆนี้จะร่ำรวยมาก แต่คุณไม่ได้ตรวจสอบว่า คนๆนี้ทำร้ายเด็กหรือมีอารมณ์ร้าย ซึ่งมันไม่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณที่ต้องดูแลเด็กๆ ต้องเป็นคนที่มีความอดทน เพราะบางครั้งเด็กก็ร้องไห้ ปวดท้อง ดังนั้นคุณต้องหาคาแรกเตอร์ที่ใช่ ซึ่งเป็นคนที่รักเด็ก ไม่ใช่มองแต่เรื่องเงิน

สำหรับผม คุณสามารถมีได้ทุกอย่าง เช่น โลเคชั่นที่ดีที่สุด มีตลาดที่ใหญ่ มีศักยภาพ แต่ถ้าได้พาร์ทเนอร์ที่มีคาแรคเตอร์ที่ผิด….. ในทั้งหมดนี้ ผมมักจะยกเอาคาแรคเตอร์อยู่ในลำดับต้น เพราะถ้าคุณได้คนที่ใช่ ปัญหาทุกอย่างก็จะแก้ได้ เขาจะแก้ปัญหา แต่ถ้าเลือกคนผิด ก็จะมีปัญหาใหญ่ เพราะเขาจะโทรหาคุณอย่างสม่ำเสมอและบ่นแต่ปัญหาของเขา

-สำหรับประเทศไทย คิดว่าธุรกิจประเภทไหนที่มีศักยภาพหรือมีโอกาสธุรกิจ

สำหรับผม สิ่งที่ชัดเจนก็คือ อาหารไทย (Thai Cuisine) นั้นดีมาก และไม่ใช่แค่ที่ร้านอาหาร หากไปตามข้างถนน อาหารข้างถนน (street food) นั้นยอดเยี่ยม แต่สิ่งที่ไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ก็คือ จะทำการจัดสรรอย่างไร (package) จึงจะไปได้ในหลายประเทศ

ในประเทศอังกฤษ แคนาดาและอีกหลายประเทศ อาหารไทยได้รับความนิยมมาก แต่ก็จะเป็นแต่ในร้านอาหาร ทำไมไม่มี “ไทยฟาสต์ฟู้ดแฟรนไชส์” ที่ถูกจัดสรรอย่างเหมาะสม (properly package) และสามารถทำซ้ำได้ ขนมหวานไทยก็ดีมาก อาหารข้างถนนของไทยก็ดีมาก แต่ก็ไม่มีใครทำมันขึ้นมา…ในแบบที่ซื้อหาได้ (affordable) และทำซ้ำได้

-เคล็ดลับในการเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ

แรงปราถนา-ความหลงใหล (passion) และความมุ่งมั่นบากบั่นอย่างต่อเนื่อง (perseverance) ถ้าคุณไม่มุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง คุณก็จะไม่ประสบความสำเร็จ เช่น ตอนคุณเริ่มต้นธุรกิจ ไม่มีใครรู้จักคุณ ตอนที่คุณเป็นผู้ประกอบการในปีแรก คุณอาจจะไม่มีธุรกิจ อาจจะไม่มีเงินเดือนสำหรับตัวเอง คุณจะมุ่งมั่นต่อเนื่อง พยายามอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ถ้าคุณไม่มีแรงปราถนาและความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง คุณก็จะล้มเลิกไปอย่างรวดเร็ว

ไม่ว่าคุณจะไปถามนักธุรกิจคนไหน ก็จะได้คำตอบว่า ความท้าทายเป็นเรื่องประจำวัน โดยความท้าทายอาจจะมาจากกฏระเบียบใหม่ของรัฐบาล, อาจจะมาจากพนักงานที่คุณได้ฝึกมาและต้องการจะลาออก, อาจจะมาจากคู่แข่งขัน, อาจจะมาจากหลายสิ่งอย่าง แต่คุณบอกว่าไม่มีปัญหา ฉันจะแก้ปัญหา และ move on (เดินต่อไป, เริ่มต้นใหม่) แต่ถ้าบางคนไม่สู้ ก็ไม่สามารถเป็นผู้ประกอบการ เพราะเขาจะล้มเลิก

ผู้ประกอบการเวลาเห็นอุโมงค์ที่มืดมิด ถ้าคุณไม่ใช่ผู้ประกอบการ ก็จะมองว่าช่างมืดมิดและอันตราย และถ้ามองเห็นแสงไฟ คุณก็จะมองในแง่ลบว่า รถไฟกำลังมาและจะเข้ามาชน แต่ถ้าเป็นผู้ประกอบการจะบอกว่า มีแสงไฟแล้ว แสดงว่าใกล้จะถึงแล้ว ฉันสามารถไปถึงที่นั่นได้อย่างรวดเร็ว วิธีคิดมีความแตกต่างกัน (mindset) เหมือนกับเรื่องน้ำครึ่งแก้ว บางคนมองว่าเหลือน้ำแค่ครึ่งแก้ว แต่ผู้ประกอบการจะมองว่าก็ไม่แย่เท่าไหร่ เหลือน้ำอีกตั้งครึ่งแก้ว

ผมคิดว่า ผู้ประกอบการเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี (optimist) และพูดอย่างสม่ำเสมอว่า Never mind, I will move on.