Jago Coffee กาแฟไม่มีหน้าร้าน ใช้รถเข็นไฟฟ้า แต่มูลค่าธุรกิจทะลุ 46 ล้านดอลลาร์
ในเมืองใหญ่อย่างจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ที่ตลาดกาแฟยังถูกครองโดยกาแฟสำเร็จรูปสูงถึง 90% เพราะกาแฟคุณภาพดีในร้านทั่วไปมีราคาที่คนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึง Yoshua Tanu อดีตรองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ มองเห็นช่องว่างนี้ และร่วมกันก่อตั้ง “Jago Coffee” ขึ้นในปี 2020 ด้วยแนวคิดที่ต่างไปจากร้านกาแฟทั่วไปอย่างสิ้นเชิง คือไม่มีหน้าร้านถาวรเลยแม้แต่สาขาเดียว แรงบันดาลใจของ Jago Coffee มาจากรถเข็นกาแฟแบบดั้งเดิมที่คนอินโดนีเซียเรียกว่า “Starling” ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการขายเครื่องดื่มร้อนแบบเร่ขายที่คุ้นเคยกันมานาน ทีมผู้ก่อตั้งจึงนำแนวคิดนี้มาผสมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ปรับรถเข็นให้เป็นรถเข็นไฟฟ้าเต็มรูปแบบ พร้อมระบบสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชัน กลายเป็นโมเดล “Coffee-on-Wheels” ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีแต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นอินโดนีเซียดั้งเดิมไว้อย่างชาญฉลาด หัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์แข่งขันด้านราคาได้ดีกว่าร้านกาแฟทั่วไป คือการตัดต้นทุนค่าเช่าพื้นที่ซึ่งเป็นภาระที่หนักที่สุดของธุรกิจร้านกาแฟแบบดั้งเดิมออกไปทั้งหมด แทนที่จะรอให้ลูกค้าเดินเข้าร้าน แต่กลับเลือกนำรถเข็นเข้าไปหาลูกค้าถึงในย่านที่พักอาศัยโดยตรง ลูกค้าสามารถเดินไปสั่งและรับกาแฟที่รถเข็นได้ภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที หรือเลือกให้จัดส่งถึงที่ภายใน 15 นาที แน่นอนว่าด้วยโครงสร้างต้นทุนที่เบากว่าร้านกาแฟทั่วไปมาก ทำให้บริษัทสามารถขายกาแฟคุณภาพระดับบาริสต้าในราคาที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ ปิดช่องว่างระหว่างกาแฟสำเร็จรูปราคาถูกกับกาแฟพรีเมียมราคาแพงได้อย่างลงตัว เช่นเดียวกับการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจ ไม่แพ้กับสตาร์ทอัพระดับโลก โดยการพัฒนาโมเดล Machine Learning เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ ซึ่งช่วยตัดสินใจว่าควรส่งรถเข็นไปประจำจุดไหน ในช่วงเวลาใด เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด […]




