AEC WORLD การลงทุนใน AEC ประเทศไหนถึงจะรุ่ง


        สำหรับนักธุรกิจแล้วคงไม่มีใคร ไม่เคยได้ยินคำว่า AEC ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ แต่สมาชิกใน AEC   นั้นมีถึง 10 ประเทศ การเข้าไปทำธุรกิจประเภทเดียวกันในทุกประเทศคงไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก จึงต้องมีการศึกษา และวิเคราะหการตลาดของแต่ละประเทศ ซึ่งถึงแม่จะอยู่ในภูมิภาคเดียวกันแต่ก็ต่างมีเอกลักษณ์ และข้อดี แตกต่างต่างกันออกไป

           คุณทวีศักดิ์ วิษณุโยธิน นักธุรกิจรุ่นบุกเบิกที่เข้าไปทำธุรกิจแบบทุบหม้อข้าว ไปตายเอาดาบหน้าที่พม่า ได้มาร่วมแบ่งปันความรู้ในงาน SMART SME EXPO ว่า “ผมไปลงทุนในพม่ามา 16 ปี ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ผมพบว่า การทำธุรกิจนั้นมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ และความแตกต่างนั้นแหละคือช่องว่างที่จะทำให้เราแทรกตัวเข้าไปทำได้ กว่าที่จะประสบความสำเร็จ ทุกคนต้องเคยเจออุปสรรคมาก่อน ดังนั้น การทำธุรกิจต้องใจสู้ พม่าในปัจจุบันนี้คุณไม่ต้องกังวลแล้ว เพราะมีคนไทยเข้าไปบุกเบิกไว้แล้ว ยังไงมันก็ง่ายกว่าเดิมเยอะมาก ตอนนั้นที่ผมไปพม่าครั้งแรก ผมลงทุนไปประมาณ 2-3 ล้านบาท เอาแนวคิดตามหลักพระเจ้าตากเลยทุบหม้อตัวเอง แล้วไปตายเอาดาบหน้า ลุยเองทั้งหมด ลองผิดลองถูกไปเยอะ

        ถ้าถามผมว่าทำไมต้องพม่า ข้อแรกเป็นเพราะผมมีลูกค้าเดิมอยู่ที่นั่น แต่เป็นคนละธุรกิจ ทั้งนี้ด้วยจำนวนประชากรที่มาก ก็เป็นเครื่องจูงใจอีกอย่างหนึ่ง หากคิดอะไรไม่ออกว่าจะทำธุรกิจอะไรให้หันไปจับธุรกิจอาหาร เพราะที่พม่าก็ค่อนข้างชอบอาหารไทย แต่ปัญหาคือไม่มีที่จอดรถ การใช้รถขายอาหารเป็นทางออกที่ดีเช่นกัน ส่วนปัญหาของ SME ไทยคือ เราไม่ค่อยกล้าที่จะออกไปต่างประเทศ อยากให้ทุกคนลองออกไปนอกประเทศบ้างเพราะทำธุรกิจแค่ในประเทศ เราก็จะได้เพียงแค่ส่วนแบ่งในประเทศเท่านั้น คิดมากถูกแล้ว แต่อย่าคิดนาน

        ส่วนประเทศสิงคโปร์คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ เผยว่า “ควรหาพาสเนอร์มาลงทุน คนสิงคโปร์เป็นคนที่มีความหัวในด้านการธุรกิจ และมีเงินในการลงทุน เนื่องจากรัฐบาลของสิงคโปร์ให้ความสำคัญต่อ SME อีกทั้งพวกเขาไม่มีทรัพยากรเป็นของตนเอง ในด้านนิสัยใจคอนักธุรกิจชาวเวียดนามค่อนข้างศึกษาประเทศคู่ค้า ดังนั้นการเมือง เศรษฐกิจ เขารู้หมด เขาจะมองว่าประเทศอื่น ๆ ดีกว่าเพราะมีทรัพยากรเป็นของตนเอง และมีประเทศที่ใหญโต แต่ปัญหาคือ เขามักรู้สึกว่าคนไทยพูดกับเขาไม่รู้เรื่อง ในเรื่องภาษาต้องบอกว่ามีความสำคัญในการทำธุรกิจ ชาวสิงคโปร์เขาปูพื้นมาดี เพราะเขาพูดได้ 2 ภาษา จีนกับอังกฤษ ดังนั้นเขาจะไปทำธุรกิจกับประเทศไหนก็ได้ อีกทั้งคนสิงคโปร์ตรงไปตรงมา แบบคนอเมริกัน ไม่มีอ้อมค้อม ไม่มีเกรงใจ การทำธุรกิจจึงเป็นแบบตรงไปตรงมา”

      ด้าน ดร.สุกิต เอื้อมหเจริญ ก็ได้ให้ข้อมูลเรื่อง อินโดนีเซียว่า “อินโดนีเซียมี 17,000 เกาะ หลายอย่างในอินโดนีเซียเหมือนไทยมากทั้งด้วยอาหาร หน้าตาผู้คน ฯลฯ โดยอินโดนีเชียได้มีการเปิดรับให้เข้าไปลงทุนได้ ทั้งการลงทุนที่น่าสนใจในอินโดนีเซียคือ

       ธุรกิจโรงพยาบาล อาจไม่ใช่การเปิดโรงพยาบาล แต่เป็นการทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับโรงพยาบาล เช่นการขายอุปกรณ์การแพทย์ เป็นต้น

       ธุรกิจอาหาร อินโดนีเชียทานเนื้อวัวเป็นหลัก อินโดนีเชียกิน 19 ล้านตัว แต่เขานำเข้าได้เพียง 15 ล้านตัว อีก 4 ล้านตัวเป็นช่องว่างที่สามารถทำธุรกิจได้ ในเมื่อกินเนื้อไม่ทัน เนื้ออย่างอื่นก็มี ไก่ย่าง-ส้มตำ คนอินโดนีเซียชอบมาก”

       สำหรับลาว คุณภัทรเชษฐ์ สุดสงวน เล่าว่า “ทรัพยากรเยอะ หากคุณอาจเปิดตลาดอาเซียน ควรลองที่ตลาดประเทศลาว เพราะลาวมีภาษาที่คล้ายกับไทย สื่อสารกันได้เข้าใจ เงินบาทไทย ลาวก็ยอมรับในการใช้ซื้อขาย อีกทั้ง เมืองหลวงของลาวยังอยู่ติดกับประเทศไทย และที่สำคัญลาวมีความเชื่อมั่น และชื่นชอบสินค้าของไทยอยู่แล้ว จึงเป็นตลาดที่น่าลงทุน สำหรับมือใหม่”