สั่งเพิ่มช่องทางออนไลน์จำหน่ายสินค้า ‘ไทยช่วยไทย’ อำนวยความสะดวกประชาชน

รองนายกฯ และรมว.พณ.ศุภจี สั่งรวมพลังแพลตฟอร์มออนไลน์และเดลิเวอรีชื่อดังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยผ่านช่องทางออนไลน์และกระจายสินค้าราคาประหยัดให้ประชาชน พร้อมโปรโมชันส่งฟรีไม่เกิน 5 กิโลเมตร และคูปองส่วนลดพิเศษ… ‘ลดแล้ว..ลดอีก’ หวังบรรเทาภาระค่าครองชีพพี่น้องประชาชนหลังกลับจากเที่ยวเทศกาลสงกรานต์

 

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารวมพลังแพลตฟอร์มออนไลน์และเดลิเวอรีชื่อดัง เช่น Shopee, Lazada, TikTok, Grab และ Lineman เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยผ่านช่องทางออนไลน์และกระจายสินค้าราคาประหยัดให้ประชาชน โดยเฉพาะหลังเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวและรดน้ำดำหัวผู้มีพระคุณที่ต่างจังหวัด หวังช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนให้เข้าถึงสินค้าไทยช่วยไทยได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ในระดับหนึ่ง

 

 

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า สินค้าไทยช่วยไทยจะเริ่มจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และนำส่งสินค้าโดยพนักงานเดลิเวอรีตั้งแต่วันนี้ (วันที่ 16 เมษายน 2569) เป็นต้นไป โดยจะนำสินค้าไทยช่วยไทยที่เป็นสินค้าเฮ้าส์แบรนด์จาก 3 โมเดิร์นเทรดชื่อดัง ได้แก่ Tops, Big C และ Lotus เข้าจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดัง เช่น Shopee, Lazada และ TikTok โดยจะนำสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น

 

สินค้าอุปโภค : สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟันฯ และ สินค้าบริโภค : ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง มาจำหน่ายในราคาลดพิเศษเฉลี่ย 20 – 50% เช่น * ท็อปส์ข้าวหอม 100 เปอร์เซ็นต์ 5กก. ราคาโปรโมชัน 112 บาท ถูกกว่าแบรนด์หลัก 10 – 20 บาท *มัสท์ชูกระดาษชำระแบบม้วนเอ็กซ์ตร้า 24 ม้วน ราคาโปรโมชัน 95 บาท ถูกกว่าแบรนด์หลัก 20 – 50 บาท *ถูกใจผงซักฟอกสูตรมาตรฐานสำหรับซักเครื่อง 1000 กรัม ราคาโปรโมชัน 35 บาท ถูกกว่าแบรนด์หลัก 20 35 บาท *สมาร์ทเตอร์น้ำยาล้างจานกลิ่นมะนาว 740 มล. แพค 3 ราคาโปรโมชัน 99 บาท ถูกกว่าแบรนด์หลัก 20 – 40 บาท เป็นต้น

 

และนำส่งสินค้าไทยช่วยไทยผ่านระบบเดลิเวอรีจาก Grab และ Lineman เป็นการอำนวยความสะดวก ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ และเพิ่มเงินในกระเป๋าให้พี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นราคาเดียวกันกับที่จำหน่ายในห้าง Tops

 

ความพิเศษสำหรับผู้บริโภคที่สั่งซื้อสินค้าไทยช่วยไทยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และนำส่งผ่านระบบเดลิเวอรี ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ คือ ส่งสินค้าไทยช่วยไทยฟรีในระยะทางไม่เกิน 5 กิโลเมตร และมอบคูปองส่วนลดพิเศษแก่ผู้สั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ในรูปแบบ ‘ลดแล้ว..ลดอีก’ ทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเต็มที่

 

 

มั่นใจว่าการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยผ่านช่องทางออนไลน์จะช่วยให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันได้สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการเอาใจขาชอปที่นิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และผู้ที่ไม่มีเวลาไปซื้อสินค้าไทยช่วยไทย ณ ห้างโมเดิร์นเทรดหรือห้างค้าส่งค้าปลีก ซึ่งเป็นการกระตุ้นการรับรู้และสร้างทางเลือกการเข้าถึงสินค้าไทยช่วยไทยที่หลากหลายให้แก่ผู้บริโภค

 

‘ไทยช่วยไทย’ นอกจากเป็นการจับมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับ ห้างค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และผู้ผลิต/ผู้จัดจำหน่าย (Supplier) กว่า 20 ราย ลดราคาสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน กว่า 3,000 รายการ ยังมีห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศได้เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย กว่า 1,000 รายการ ในราคาส่วนลดพิเศษเช่นเดียวกับห้างโมเดิร์นเทรด เช่น *ภาคเหนือ ห้างแจ่มฟ้า จ.ลำพูน ห้าง ส.ล.โฮลเซลล์ จ.นครสวรรค์ *ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ห้างตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ ห้างเซฟมาร์ท จ.อุดรธานี ห้างเกียรติสินโฮลเซล จ.ขอนแก่น ห้างทวีกิจ จ.บุรีรัมย์ *ภาคกลาง ห้างเอกภาพซุปเปอร์ จ.ปราจีนบุรี ห้างทีซี ซุปเปอร์มาร์ท จ.นนทบุรี ห้างทีเอ็มเค กาญจนบุรี เทรดดิ้ง จ.กาญจนบุรี *ภาคใต้ ห้างซุปเปอร์ชีป จ.ภูเก็ต ห้างเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จ.สงขลา

 

 

พิเศษไปกว่านั้น คือ มีการนำสินค้าชุมชนและสินค้าโอทอปที่เป็นสินค้าแต่ละพื้นถิ่นเข้าร่วมจำหน่ายในชื่อไทยช่วยไทยในราคาพิเศษด้วย ทำให้พี่น้องประชาชนได้อุดหนุนสินค้าอุปโภค-บริโภคซึ่งเป็นสินค้าชุมชนในท้องถิ่นของตนเองและช่วยกระจายสินค้าแก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่ง

 

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ เตรียมขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยให้ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนในส่วนภูมิภาคมากขึ้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะนำปัญหาอุปสรรค ข้อดี-ข้อด้อย จากการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยผ่านทุกๆ ช่องทาง มาทำการวิเคราะห์จุดอ่อน-จุดแข็ง และนำข้อเสนอแนะทั้งจากภาคประชาชน ภาคธุรกิจที่เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง มาจัดทำบทวิเคราะห์เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการจัดทำโครงการต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์ที่ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ และนำไปต่อยอดการให้บริการของภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ เห็นผลเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนต่อไป อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

 

เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง