เมื่อปฏิทินเข้าสู่การเปลี่ยนศักราชใหม่ ความคึกคักก็เริ่มมาเยือน เหมือนกับฤดูกาลผลัดใบไปสู่ดอกผลใหม่ๆ ในปีต่อไป ทำให้หลายคนเตรียมตัวเปิดรับโอกาส หรือเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่ปีใหม่ โดยในแวดวงธุรกิจก็เช่นกันที่อาจใช้หลักตามศาสนา หรือวิธีอื่นๆ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล ซึ่ง “ฮวงจุ้ย” ก็เป็นอีกศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับมากขึ้น และมักจะถูกนำมาใช้การปรับโครงสร้างด้านธุรกิจตามความเชื่อเพื่อให้เกิดผลสำเร็จเช่นกัน
ด้วยหลักของวิชา ฮวงจุ้ย (fengshui) คือเคล็ดลับการปรับแก้ชะตากรรม โดยไม่ยอมจำนนต่อลิขิตฟ้าที่ปราชญ์โบราณได้คิดค้นขึ้น ให้แก่ผู้ที่มีความหมั่นเพียรและเปี่ยมด้วยคุณธรรม แต่ไม่ได้รับผลสำเร็จเนื่องจากขาดชะตาฟ้าสนับสนุน โดยศาสตร์ของการจัดฮวงจุ้ยทั้งหมดจะอ้างอิงหลักการทางพลังงาน และต้องทำการวัดองศาทิศทางแบบละเอียดด้วยเครื่องมือพิเศษ ก่อนจะใช้สูตรคำนวณพลังเปรียบเทียบกับสภาพแวดล้อมรอบที่อยู่อาศัย หรือบริเวณสำนักงาน เพื่อป้องกันพลังร้ายและดึงจุดเด่นของสถานที่ออกมาเสริมคนที่อยู่ให้ได้มากที่สุด จึงไม่ต้องใช้อุปกรณ์ทางความเชื่อ เช่น ปี่เซี้ย ผ้ายันต์ ฮก-ลก-ซิ่ว เสือคาบดาบ ฯลฯ
“ซินแสไฮเทค” อ.มาศ เคหาสน์ธรรม ผู้ก่อตั้งสถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ยแห่งประเทศไทย ได้เล่าถึงศาสตร์ภาพรวมของฮวงจุ้ยว่า “เคล็ดลับประสาน 3 ชะตาเป็นหนึ่ง ประกอบด้วย คน ฟ้า และดิน โดยแบ่งเป็นคนคือเรื่องของดวงชะตา ฟ้าคือเรื่องของฤกษ์ยาม ขณะที่ดินหมายถึงฮวงจุ้ย และเมื่อรวมกันได้ลงตัวก็มีโอกาสประสบความสำเร็จ”
การจัดเครื่องใช้ที่มีอยู่ในบ้านหรือสำนักงานที่มีอยู่แล้ว เช่น เครื่องปรับอากาศ พัดลม เตียงนอน โต๊ะทำงาน โคมโฟ น้ำพุ ตู้ปลา ฯลฯ ให้อยู่ในตำแหน่งที่ดี เพื่อช่วยกระจายพลังงานดีของมุมนั้นออกมา ทำให้เมื่อสะสมพลังดีเข้าไปในตัว จะส่งผลให้สอดคล้องกับจังหวะโอกาสที่ดีอยู่เสมอ จึงเป็นที่มาของการอยู่แล้วเจริญรุ่งเรือง
ขณะเดียวกัน ในมุมทางด้านเศรษฐกิจในที่ใกล้เข้ามาอย่างปี พ.ศ.2559 ซึ่งเป็นปีนักษัตร “วอก” นั้น อ.มาศ เคหาสน์ธรรม ได้เปิดเผยถึงแนวโน้มว่า “ความเจริญเติบโตทางด้านตลาดหุ้นและเศรษฐกิจโดยรวมนั้นค่อนข้างดี ซึ่งพลังของธาตุไฟนั้นเพิ่มความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประชาชนให้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นก็จะทำให้ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นและการลงทุน อย่างกรณี 60 ปีที่แล้ว ดัชนีดาวโจนส์นั้นพุ่งสูงขึ้นแตะ 500 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ส่วนธุรกิจที่โดดเด่นนั้นจะเป็นทางด้านพลังงาน ตลาดหุ้นและเอนเตอร์เทนเมนท์ ที่จะประสบผลดี ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือธุรกิจอันเกี่ยวกับโดรน หรือยานบังคับโดยไร้คนขับ และเกี่ยวกับหุ่นยนต์ ก็จะได้รับความนิยมและความเจริญก้าวหน้ามากเป็นพิเศษ”
ส่วนเศรษฐกิจประเทศไทย อ.มาศ เคหาสน์ธรรม มองว่า จะดีขึ้นมาในระดับหนึ่ง นับเป็นปีฟื้นไข้ทางด้านเศรษฐกิจ และยังเป็นปีที่รัฐบาลและผู้ปกครองประเทศยังคงทำงานอย่างหนัก เนื่องจากในปีวอก พ.ศ.2559 จะเป็นชุดพลังของธาตุไฟหยาง เป็นตัวแทนของการส่องสว่างอบอุ่นของแสงอาทิตย์ ที่มาพร้อมกับธาตุทองหยาง เป็นปีแห่งการริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ทบทวน ตรวจสอบ ซึ่ง “ซินแสไฮเทค” ได้นิยามปีนี้ให้เป็นปี “หนุมานลุยไฟ” โดยการได้ดาวแห่งความมงคล ทำให้การท่องเที่ยวรุ่งเรือง ธุรกิจไฟฟ้า พลังงานจะได้รับผลดีอย่างมาก ดาราไทยจะได้รับความนิยมไปทั่วภูมิภาค สอดรับกับการมี AEC ทำให้การลงทุนคึกคัก อสังหาริมทรัพย์และธุรกิจบันเทิงเฟื่องฟู เกิดฝนหลงฤดูมาช่วยความแห้งแล้ง
ขณะที่ตลาดหุ้น มีผลจากแรงเหวี่ยงต่อเนื่องจากปีก่อนๆ อันเป็นกลุ่มพลังงานธาตุไฟนั้นก็ยังส่งผลกระทบมายังในปีนี้ด้วย ดังนั้นปีพ.ศ. 2559 ยังคงทำให้ตลาดหุ้นและการลงทุนยังไปได้สวยในช่วงต้นปีถึงกลางปี นำพาให้คนนิยมขนเงินมาลงทุนได้มาก ภาวการณ์เช่นนี้ก็ส่งผลดีลากยาวไปถึงกลางปีพ.ศ. 2560 โดยเดือนที่หุ้นมีโอกาสราคาสูงคือมิถุนายน สิงหาคม และเดือนกันยายนหากจับโอกาสให้ดี จะสามารถนำมาซึ่งความมั่งคั่งร่ำรวยโดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมทางพลังงานอย่างน้ำมัน พลังงานทดแทน พลาสติก จะดีเด่นเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ พลังอันเกี่ยวกับธาตุน้ำก็จะได้รับผลดีเช่นเดียวกัน เนื่องจากปีวอกเป็นแม่ธาตุของธาตุน้ำ และเพราะกฎของทางพลังงานนั้น ธาตุน้ำจะพิฆาตธาตุไฟ โดยพลังของธาตุน้ำจะมองว่าโชคลาภของตนเองเป็นไฟ พิฆาตได้ก็จะเป็นโชค ดังนั้นปีนี้ธาตุไฟโดดเด่น ธุรกิจใดที่ชอบธาตุน้ำก็จะโชคดีเช่นกัน เช่นธุรกิจเกี่ยวกับการเดินทาง เครื่องดื่ม ประมง งานต่างประเทศ ธุรกิจบันเทิง ธุรกิจกลางคืนก็จะมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นพิเศษในปีนี้
ด้านทิศดี – ทิศร้าย สำหรับ บ้าน ร้านค้า และสำนักงาน อ.มาศ เปิดเผยว่า “ทิศที่ดีที่สุดประจำปี 59 คือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ และถือเป็นทิศโชคลาภ โดยสามารถกระตุ้นพลังทางทิศนี้ได้ โดยตั้งโคมไฟ “พฤกษาอัคนี” เปล่งแสงออกมากระตุ้นพลังของทิศนี้ จะได้รับโชคขนาดใหญ่ ธุรกิจขยายตัวในระดับยิ่งยวด ทิศร้ายแรง คือ ทิศใต้”
อย่างไรก็ตาม “ซินแสไฮเทค” ได้ให้คำแนะนำปิดท้ายว่า ที่กล่าวมาเป็นเพียงสถานการณ์ภาพรวมประจำปีเท่านั้น ถึงแม้ธุรกิจของท่านอาจจะอยู่ในกลุ่มที่ไม่ดี ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะหลักการของวิชาฮวงจุ้ยนั้น ในท่ามกลางสีดำก็จะมีสีขาวคือ ในทุกวิกฤติก็จะมีโอกาสซ่อนแฝงไว้เสมอ เพราะถึงแม้ว่าธุรกิจของท่านอาจจะแย่ แต่ในส่วนท่านอาจจะดีก็เป็นได้ ซึ่งยังสามารถเจาะลึกไปได้อีกว่า “ประตูใหญ่” ของสำนักงานหันไปทางใด ถ้าหันไปในทิศที่ดีก็จะนำพลังดีเข้าไปกระตุ้นให้มีความสำเร็จมากขึ้นได้เช่นกัน
และดังที่กล่าวไปข้างต้น ฮวงจุ้ย นับเป็นอีกศาสตร์หนึ่งคนไทยนำมาประยุกต์ใช้ ทั้งในการจัดเรื่องที่อยู่อาศัย ห้างร้าน สถานที่ทำงาน รวมถึงแหล่งทำกินต่างๆ แต่ “ฮวงจุ้ย” นั้นก็นับเป็นเพียง 1 ใน 3 ของเคล็ดลับประสาน 3 ชะตาเป็นหนึ่ง ซึ่งหัวใจหลักก็คือหากคนไม่รู้จักขยันหมั่นเพียร ต่อให้มีฮวงจุ้ยดีแค่ไหน ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน