การเช่าทรัพย์สินแบบลีสซิ่ง ใครไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย


ลีสซิ่ง (Leasing) เป็นธุรกิจการให้เช่าประเภทหนึ่ง ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการมีเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมที่ส่วนใหญ่มีราคาสูง เพื่อเข้ามาช่วยทำให้ธุรกิจมีความเจริญก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นการให้เช่า เครื่องจักร เครื่องมือการก่อสร้าง เครื่องใช้สำนักงาน อุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ทุกประเภท

สำหรับการเช่าอุปกรณ์เครื่องมือดังกล่าวนั้น จะมีบริษัทลีสซิ่งทำหน้าที่เป็นผู้ให้เช่า เปรียบเสมือนเป็นตัวกลางในการจัดหาสินทรัพย์ตามที่ผู้เช่าต้องการ โดยจะมีการทำสัญญาเช่าตามระยะเวลาที่ตกลงกัน สัญญาเช่าลีสซิ่งมีอยู่ 2 ประเภท ประกอบด้วย

สัญญาเช่าดำเนินงาน คือ ผู้เช่าจะต้องจ่ายเงินให้บริษัทลีสซิ่งทุกเดือน เรียกว่า “ค่าเช่า” กรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์จะเป็นของผู้ให้เช่า

สัญญาการเช่าทางการเงิน คือ สินทรัพย์จะเป็นของผู้ให้เช่า และมีการนำมาคำนวณค่าเสื่อมราคา ตั้งแต่เริ่มต้นทำสัญญา

ซึ่งในการจ่ายเงิน ให้แก่ผู้ให้เช่านั้น จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5 แต่สำหรับ 3 กรณีต่อไปนี้คือผู้ที่ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในการเช่าทรัพย์สินแบบลีสซิ่ง

1.  ผู้ให้เช่าที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่ชำระทุนจดทะเบียนไปแล้ว ไม่ต่ำกว่า 60,000,000 บาท และต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

2. ผู้เช่าเป็นนิติบุคคล

3.  มีกำหนดระยะเวลาเช่าตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ยกเว้นว่าทรัพย์สินที่ให้เช่านั้นบริษัทลีสซิ่งไปยึดมากจากผู้เช่ารายอื่น เพราะระยะเวลาการให้เช่าอาจจะไม่ถึง 3 ปีก็ได้

อย่างไรก็ดี การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ประกอบการควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนทำสัญญาธุรกรรมต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างให้ใครสามารถเอาเปรียบเราได้ รวมถึงการทำระบบจัดการหนี้สิน เพื่อให้ไม่มีการเสียเครดิต เพราะระบบการบริหารการเงินที่ดี จะช่วยให้การขยายธุรกิจในอนาคตของคุณกลายเป็นเรื่องง่าย …