กรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องแผ่นดินไหวพม่า เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 68 เวลา 13.20 น. ได้เกิดแผ่นดินไหวจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณประเทศพม่า ที่ละติจูด 21.682 องศเหนือ ลองจิจูด 96.121 องศาตะวันออก ขนาด 7.4 ความลึก 10 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 326 กิโลเมตร ได้รับถึงรู้สึกสั่นไหวบริเวณในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานคร
นายกฯ สั่งประกาศพื้นที่ฉุกเฉิน กทม. หลังแผ่นดินไหวจากเมียนมาลามถึงกรุงเทพฯ ตึกถล่มเสียหาย
เวลา 15.00 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงกรณีเหตุแผ่นดินไหวว่า ต้นเหตุมาจากแผ่นดินไหวพม่าแล้วเข้ามาทางเหนือ มีเหตุแรงและมีเหตุการณ์ตึกถล่มแถวจตุจักร ได้รับรายงานและสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยแจ้งให้กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ฉุกเฉินและได้แจ้งทั่วประเทศให้ทำเสมือนว่าเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินทั้งหมด เพื่อให้เมื่อมีเหตุการณ์ที่จะต้องช่วยเหลือประชาชนทำได้ทันที และตอนนี้ได้ให้ทาง DE ส่ง SMS และให้ส่ง SMS แจ้งพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเหตุการณ์การปฏิบัติตัวเบื้องต้น
โดยทางรัฐบาลพยายามที่จะลงสื่อในทุกช่องทาง ทั้ง Facebook โทรทัศน์ เพื่อให้ประชาชนทราบเบื้องต้นว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหว รวมทั้งสั่ง DE เกี่ยวกับ cell broadcast
กระทรวงกลาโหม หน่วยงานความมั่นคงให้เตรียมพร้อมกำลังพลได้ดูแลความปลอดภัย และสั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคาดการณ์สถานการณ์ ซึ่งแผ่นดินไหว โดยปกติแล้วจะมีอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากเกิดแผ่นดินไหวในครั้งแรก และอาฟเตอร์ช็อกใน 2 ชั่วโมงนี้ปกติแล้วจะค่อยๆ ลดความแรงน้อยลง ไม่เท่าครั้งแรก ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบข้อมูลผลกระทบข้อมูลว่าจะลดลงเรื่อยๆ ตามข้อมูลสถิติแล้วใน 24 ชั่วโมงสามารถเกิดเหตุได้อีก
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมดูแลเรื่องการเดินทาง ทั้งทางอากาศ รถยนต์ ส่วนที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่มีเหตุการณ์น่าเป็นห่วงใดๆ เบื้องต้นได้ยุติการเข้า-ออกของเครื่องบิน 20 นาที ปัจจุบันเหตุการณ์ยังปกติอยู่
ด้านสาธารณสุข ให้เตรียมความพร้อมโรงพยาบาล หน่วยการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่ที่อาจจะเกิดความเสี่ยง
สำหรับวิธีปฏิบัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหว อย่างแรกควรมีสติ ควบคุมตัวเองให้อยู่ หากอยู่ในอาคารสูงให้รีบออกมาโดยเร็วที่สุด หากอยู่ในบ้านให้ยืนหรือหมอบในส่วนที่โครงสร้างแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักได้มาก อยู่ห่างจากระเบียง และหน้าต่าง
ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์
Post Views: 1,115