กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าสร้างระบบเศรษฐกิจสีขาว จับมือ 8 หน่วยงานพันธมิตรด้านบัญชี เปิดระบบงานผู้ทำบัญชี e-Accountant Plus บริหารจัดการ ค้นหา และตรวจสอบข้อมูลผู้ทำบัญชีแบบเรียลไทม์ ภาคธุรกิจสามารถตรวจสอบและจัดหาผู้ทำบัญชีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนมิจฉาชีพที่แฝงตัวเป็นนักบัญชีหลอกลวง เพิ่มความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของงบการเงิน โอกาสนี้ รัฐ / เอกชน ประสานพลังร่วมประกาศเจตจำนง ‘ไม่รับจดทะเบียน ไม่รับทำบัญชี ไม่สนับสนุนทุนเทา’ ตัดต้นตอวงจรธุรกิจสีเทา ‘นอมินีบัญชีม้า’ แต่เนิ่นๆ ให้ทุเลาเบาบางลง หรือ หมดสิ้นไป มั่นใจ!! นักบัญชีและสำนักงานบัญชีไทยเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยหยุดยั้งความฉ้อฉลของมิจฉาชีพในคราบนักธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติ สัญญา!! กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพร้อมส่งเสริม สนับสนุน และอำนวยความสะดวกนักธุรกิจที่ประกอบกิจการด้วยความสุจริตอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน ก็พร้อมจับมือหน่วยงานพันธมิตรปราบปรามธุรกิจสีเทาให้สิ้นซาก
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “วันที่ 16 มกราคม 2569 เป็นวันคล้ายวันสถาปนากรมพัฒนาธุรกิจการค้า ครบรอบ 103 ปี ซึ่งเป็นวาระที่ดีในการเปิดระบบงานผู้ทำบัญชี หรือ e-Accountant Plus โดยระบบงานฯ ดังกล่าว เป็นเวอร์ชันใหม่ที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาบนเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับสภาวิชาชีพบัญชีแบบเรียลไทม์ รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง และระบบภายในของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อาทิ ระบบจดทะเบียนนิติบุคคล และระบบการนำส่งงบการเงิน ทำให้ข้อมูลมีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน ลดความซ้ำซ้อน และลดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลของผู้ทำบัญชี

ระบบ e-Accountant Plus ได้เพิ่มฟังก์ชันสำคัญหลายประการ เช่น ระบบการทดสอบเพื่อยกระดับความรู้และสร้างการยอมรับในวิชาชีพ การบริหารจัดการข้อมูลแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกอย่างเป็นระบบ มีมาตรการด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่เข้มงวด ลดภาระของผู้ทำบัญชี รวมถึงมีบริการค้นหาและตรวจสอบข้อมูลผู้ทำบัญชีที่เป็นปัจจุบัน เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถตรวจสอบและจัดหาผู้ทำบัญชีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพิ่มความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของงบการเงิน ช่วยให้การจัดทำบัญชีมีความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ไม่เพียงช่วยสะท้อนฐานะทางการเงินที่แท้จริงของกิจการ แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการชี้ทิศทางการดำเนินธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน และเสริมสร้างเสถียรภาพให้แก่ระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม
อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีนิติบุคคลที่ต้องจัดทำบัญชีธุรกิจภายใต้ พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 กว่า 9.67 แสนราย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568) ซึ่งทุกกิจการจำเป็นต้องจัดทำบัญชีโดยผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ขณะเดียวกันมีผู้ทำบัญชีคงอยู่ทั่วประเทศ 81,240 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 15 มกราคม 2569) และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของภาคธุรกิจ ฐานข้อมูลจากระบบ e-Accountant Plus จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ทำบัญชีให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและตรงจุด

ทั้งนี้ ระบบงานผู้ทำบัญชี e-Accountant Plus ได้เปิดใช้งานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา พร้อมกับวันที่ประกาศกรมฯ เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ โดยข้อมูล ณ วันที่ 15 มกราคม 2569 มีผู้ทำบัญชีเข้าสู่ระบบฯ 45,527 คน และมีผู้เข้าเยี่ยมชมระบบฯ รวม 169,181 ครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับและความสนใจของผู้ทำบัญชีและภาคธุรกิจต่อระบบงานดังกล่าวเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ กรมฯ และหน่วยงานพันธมิตรด้านบัญชี 8 แห่ง ประกอบด้วย *สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ *สมาคมสำนักงานบัญชีคุณภาพ *สมาคมสำนักงานบัญชีไทย *สมาคมสำนักงานบัญชีและกฎหมาย *สมาคมผู้สอบบัญชีภาษีอากรแห่งประเทศไทย *สมาคมสำนักงานสอบบัญชีไทย *สมาคมสำนักงานบัญชีตัวแทน (ประเทศไทย) และ *สมาคมนักบัญชีไทย ได้ร่วมกันเปิดระบบงานผู้ทำบัญชี e-Accountant Plus แล้ว ยังได้ประสานพลังร่วมประกาศเจตจำนงเพื่อสื่อสารกับสมาชิกนักบัญชีทั่วประเทศให้ช่วยกันสกัดกั้นทุนเทาและมิจฉาชีพโดย ‘ไม่รับจดทะเบียน ไม่รับทำบัญชี ไม่สนับสนุนทุนเทา’ ตัดต้นตอวงจรธุรกิจสีเทา ‘นอมินีบัญชีม้า’ แต่เนิ่นๆ ให้ทุเลาเบาบางลง หรือ หมดสิ้นไป โดยผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และสำนักงานบัญชีมีบทบาทสำคัญในฐานะแนวป้องกันด่านแรกที่จะช่วยสกัดกั้นธุรกิจที่มีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเฉพาะการใช้นอมินีบัญชีม้า และการจดทะเบียนอำพรางให้ชาวต่างชาติ

ปัจจุบันธุรกิจที่หลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมายอย่างนอมินีบัญชีม้า และการใช้นิติบุคคลบังหน้ามีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น ส่งผลกระทบด้านลบทั้งต่อประชาชน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ด้านการค้าและการลงทุนของประเทศ กรมฯ จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการเร่งบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับธรรมาภิบาลธุรกิจ ดังนั้น นักบัญชีและสำนักงานบัญชีที่เป็นต้นน้ำสำคัญของระบบธุรกิจไทย เพราะมีความใกล้ชิดเกี่ยวข้องกับธุรกิจตั้งแต่การยื่นขอจดทะเบียนนิติบุคคล ตลอดจนการจัดทำบัญชีหรืองบการเงินให้แก่ธุรกิจ และให้คำปรึกษาทางธุรกิจ หากผู้ทำบัญชีตกเป็นเครื่องมือหรือร่วมมือกับมิจฉาชีพย่อมส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของวิชาชีพบัญชีโดยรวม และสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศในที่สุด ในทางกลับกันนักบัญชีควรจะร่วมมือกันไม่สนับสนุนหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับมิจฉาชีพในการกระทำผิด

กรมฯ มั่นใจว่านักบัญชีและสำนักงานบัญชีไทยจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยหยุดยั้งความฉ้อฉลของมิจฉาชีพในคราบนักธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติ และสัญญาว่าพร้อมส่งเสริม สนับสนุน และอำนวยความสะดวกนักธุรกิจที่ประกอบกิจการด้วยความสุจริตอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน ก็พร้อมจับมือหน่วยงานพันธมิตรปราบปรามธุรกิจสีเทาให้สิ้นซากด้วยเช่นกัน” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย
Post Views: 35