หน้าแรก / แฟรนไชส์ / DAISO Japan เจาะกลยุทธ์ร้านร้อยเยนที่ครองใจคนทั้งโลกในยุคเศรษฐกิจผันผวน

DAISO Japan เจาะกลยุทธ์ร้านร้อยเยนที่ครองใจคนทั้งโลกในยุคเศรษฐกิจผันผวน

77 ครั้ง
4 กุมภาพันธ์ 2569
-

ในวันที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนจาก “การซื้อตามความต้องการ” ไปสู่ “การซื้อเพื่อเยียวยาจิตใจ” มากขึ้น ร้านขายสินค้าจิปาถะจึงไม่ใช่แค่ที่พึ่งยามยาก แต่เป็นพื้นที่แห่งความเพลิดเพลินที่ตอบโจทย์ความต้องการเล็กๆ น้อยๆ ได้ทันที

 

ความสัมพันธ์นี้เกิดขึ้นจากความรู้สึกที่ว่า “จ่ายเพียงนิดเดียวแต่ได้ของที่ดูดีและมีประโยชน์” ทำให้ผู้บริโภครู้สึกมีอำนาจในการจับจ่ายโดยไม่รู้สึกผิด ซึ่งในแง่ของธุรกิจ โอกาสของร้านลักษณะนี้ยังเติบโตได้อีกมหาศาลตราบใดที่ผู้คนยังมองหาความคุ้มค่าและความแปลกใหม่ในราคาที่เข้าถึงได้

 

[DAISO Japan อาณาจักรของถูกและดีที่มีมากกว่าแค่ของใช้]

 

เมื่อพูดถึงต้นตำรับที่ทำให้โมเดลนี้สำเร็จระดับโลก คงหนีไม่พ้น DAISO Japan แบรนด์ที่เป็นมากกว่าร้านขายของทุกอย่าง 60 บาท (หรือ 100 เยน) ในญี่ปุ่น โดยสินค้าของเขามีตั้งแต่เครื่องครัว อุปกรณ์สำนักงาน เครื่องสำอาง ไปจนถึงนวัตกรรมไลฟ์สไตล์แปลกๆ ที่เราไม่คิดว่าจะมีอยู่จริง

 

 

ปัจจุบัน แบรนด์ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่หน้าร้านในห้างสรรพสินค้าเท่านั้น แต่ยังบุกเบิกช่องทาง E-commerce และแอปพลิเคชันของตัวเอง เพื่อให้ลูกค้าช้อปได้ทุกที่ รวมถึงการขยายแบรนด์ลูกอย่าง Standard Products และ Threeppy เพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความมินิมอลและพรีเมียมมากขึ้น

 

[กลยุทธ์การตลาดพลังแห่งความลับของราคากับความสดใหม่]

 

เบื้องหลังความสำเร็จของ DAISO คือกลยุทธ์ “สินค้าใหม่ทุกวัน” เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดอาการ FOMO (กลัวตกเทรนด์) และต้องแวะเข้ามาดูบ่อย ๆ เพราะสินค้าบางอย่างอาจจะหมดแล้วหมดเลย นอกจากนี้เขายังใช้กลยุทธ์การบริหารต้นทุนที่ชาญฉลาดด้วยการผลิตเองในปริมาณมหาศาลและควบคุมคุณภาพให้เกินราคา ทำให้เกิดการบอกต่อแบบปากต่อปาก (Word of Mouth) บนโซเชียลมีเดียว่า “ของหลักสิบแต่คุณภาพหลักร้อย” เป็นการสร้าง Branding ที่แข็งแกร่งโดยไม่ต้องใช้โฆษณาแพงๆ แต่เน้นไปที่การออกแบบสินค้าให้โดนใจและแก้ปัญหาชีวิตประจำวันได้จริง

 

สำหรับในประเทศไทย DAISO Japan ก็เข้ามาตีตลาด ภายใต้บริษัท บริษัท ไดโซ ซังเกียว (ประเทศไทย) จำกัด โดยนำเข้าสินค้าวาไรตี้นำเข้าจากญี่ปุ่นที่มีความหลากหลาย รวมกว่า 50,000 รายการ เช่น ความงาม, เครื่องสำอาง, เครื่องครัว, ของใช้ภายในบ้าน, ของตกแต่งบ้าน, เครื่องแต่งกาย, กระเป๋า, สินค้าตามเทศกาล ราคาเริ่มต้นเพียง 60 บาท

 

 

นอกจากนี้ แบรนด์ยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้ลงทุนเปิดร้านทำธุรกิจ โดยมีค่าแฟรนไชส์ 450,000 บาท ไม่รวมค่าออกแบบ และตกแต่งร้าน ซึ่งรวมเงินลงทุนแล้วประมาณ 3-4 ล้านบาท

 

นี่จึงเป็นบทเรียนสำคัญของร้านขายของจิปาถะที่พิสูจน์ว่าสินค้า “ราคาถูก” ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “คุณภาพต่ำ” เสมอไป การปรับตัวเข้าหาพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชอบความสะดวกสบายและความสวยงามในราคาประหยัด คือกุญแจที่ทำให้ธุรกิจนี้ยังคงมีโอกาสเติบโตอย่างสดใส แม้ในวันที่โลกเต็มไปด้วยการแข่งขัน แต่ถ้าแบรนด์ยังรักษาความตื่นเต้นในทุกครั้งที่ลูกค้าเดินเข้าร้านได้ DAISO ก็จะยังคงเป็น “สวรรค์ของนักช้อป” ที่เข้าไปทีไร ไม่เคยได้ของติดมือออกมาแค่ชิ้นเดียวอย่างแน่นอน

 

ที่มา: daisoeshop

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ