นายพรานหมูกระทะ

ทำไม “นายพรานหมูกระทะ” ถึงต้องหาโชว์รูมรถยนต์? เบื้องหลังกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดกว่าที่คิด

เมื่อ BNN Restaurant Group เจ้าของอาณาจักร “สุกี้ตี๋น้อย” ประกาศหาโชว์รูมรถยนต์เก่าทั่วประเทศเพื่อเปิดร้าน “นายพรานหมูกระทะ” สาขาใหม่ หลายคนอาจสงสัยว่าร้านอาหารกับโชว์รูมรถมีอะไรเกี่ยวกัน?

 

แต่เมื่อลองแกะกล่องกลยุทธ์ออกมา คำตอบนั้นชัดเจนและน่าทึ่งมากกว่าที่คิด

 

ก่อนจะเข้าใจว่าทำไมต้องเป็นโชว์รูมรถ ต้องเข้าใจก่อนว่านายพรานหมูกระทะเป็นร้านแบบไหน

 

 

แบรนด์นี้ถูกออกแบบมาเป็นบุฟเฟต์หมูกระทะสไตล์ไทย ราคา 299 บาทสุทธิ กินได้ไม่อั้น 2 ชั่วโมง พร้อมอาหารอีสาน ส้มตำ ยำ ขนมจีน ข้าวเหนียว ไปจนถึงของหวานและเครื่องดื่ม ทุกอย่างอยู่ในรูปแบบ Self-Service Bar ให้ลูกค้าเดินตักเอง ซึ่งนั่นคือหัวใจของปัญหา เพราะโมเดลนี้ต้องการพื้นที่ ไม่ต่ำกว่า 1,000 ตารางเมตร ดังนั้น พื้นที่ขนาดนั้นในห้างสรรพสินค้าหาได้ยาก และถึงหาได้ก็แพงมาก แต่โชว์รูมรถยนต์คือคำตอบที่ลงตัวที่สุด

 

4 เหตุผลที่โชว์รูมรถคือ “ทำเลในฝัน” ของนายพราน

 

  1. สเปกตรงปก ไม่ต้องดัดแปลงมาก

 

โชว์รูมรถยนต์ถูกออกแบบมาให้พื้นที่กว้างโล่ง ไม่มีเสากลางขวางทาง เพดานสูง ระบายอากาศดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ร้านบุฟเฟต์ขนาดใหญ่ต้องการ นอกจากนี้โชว์รูมยังมาพร้อมที่จอดรถขนาดใหญ่ที่รองรับลูกค้าได้เป็นร้อยคัน และทำเลติดถนนสายหลักที่มีการมองเห็นสูง คนขับรถผ่านไปมองเห็นได้ง่าย เรียกว่าเป็นสเปกที่ตรงกับความต้องการของร้านอาหารขนาดใหญ่แทบทุกข้อ

 

  1. ต้นทุนค่าเช่าถูกกว่าอยู่ในห้างอย่างมีนัยสำคัญ

 

ธุรกิจรถยนต์ในไทยกำลังเผชิญช่วงขาลง ยอดขายรถหดตัว โชว์รูมหลายแห่งทยอยปิดหรือลดขนาดลง ทำให้มีพื้นที่ว่างจำนวนมากที่เจ้าของอยากปล่อยเช่า เมื่ออุปทานสูงกว่าอุปสงค์ ผู้เช่าย่อมมีอำนาจต่อรองสูง ทั้งเรื่องราคาค่าเช่าและเงื่อนไขสัญญา เปรียบเทียบกับค่าเช่าในห้างที่ทั้งแพงและมาพร้อมข้อผูกมัดมากมาย โชว์รูมรถจึงช่วยควบคุมต้นทุนการขยายสาขาได้ดีกว่ามาก

 

  1. กระจายตัวอยู่ในทำเลที่นายพรานต้องการพอดี

 

กลยุทธ์หลักของนายพรานคือการบุกตลาด ต่างจังหวัดและหัวเมืองรองก่อน ด้วยเหตุผลที่ว่าราคา 299 บาทเหมาะกับกำลังซื้อต่างจังหวัดมากกว่า และการแข่งขันในตลาดหมูกระทะมาตรฐานสูงยังมีน้อย แผนปีนี้เปิด 5 สาขา ได้แก่ ออนติวานนท์,นครปฐม, ขอนแก่น, สกลนคร, และอุดรธานี ซึ่งทุกจังหวัดล้วนมีโชว์รูมรถยนต์เก่าอยู่ริมถนนสายหลักอยู่แล้ว แทบไม่ต้องออกไปหาทำเลใหม่

 

  1. ไม่ชนกับแบรนด์พี่น้องในเครือเดียวกัน

 

Teenoi BBQ ซึ่งเป็นแบรนด์ปิ้งย่างอีกตัวในเครือตี๋น้อย เน้นขยายสาขาในห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก การที่นายพรานเลือกทำเลริมถนนนอกห้าง จึงไม่ใช่แค่ข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ แต่เป็นการวางตำแหน่งโดยเจตนา เพื่อให้ทั้งสองแบรนด์ไม่แข่งกันเอง แต่ช่วยกัน “ครอบคลุม” ช่องทางให้ครบ

 

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ตี๋น้อยกล้าลงทุน 25 ล้านบาทต่อสาขา คือ “ขนาดของสนาม” ตลาดหมูกระทะในไทยมีมูลค่าสูงกว่า 9,000 ล้านบาท แต่ที่น่าแปลกใจคือยังไม่มี Big Player รายใหญ่ที่ครองตลาดอย่างชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นร้าน SME รายย่อยที่ไม่มีระบบมาตรฐาน ไม่มีแบรนด์แข็งแกร่ง และไม่สามารถขยายสาขาข้ามจังหวัดได้

 

นั่นคือ White Space ขนาดใหญ่ที่รอให้ผู้เล่นที่มีระบบเข้ามาจับ โดยนายพรานหมูกระทะไม่ได้แค่เปิดร้านอาหารอีกสาขา แต่กำลังวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเป็น ผู้นำตลาดหมูกระทะบุฟเฟต์มาตรฐาน ในต่างจังหวัดก่อนใคร และโชว์รูมรถยนต์คือเครื่องมือที่ทำให้ขยายได้เร็ว และถูกที่สุด