ฟาร์มเฮ้าส์

“ฟาร์มเฮ้าส์” บทเรียนธุรกิจ 40 ปีที่ไม่เคยหยุด ในสมรภูมิขนมปังแสนล้าน

ทุกเช้าที่คนไทยหยิบขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ขึ้นจากชั้นวาง แทบไม่มีใครนึกถึงคำถามที่ว่า อะไรทำให้แบรนด์ขนมปังธรรมดาๆ แบรนด์หนึ่ง ยืนระยะอยู่ในใจผู้บริโภคไทยได้นานถึง 43 ปี ท่ามกลางคู่แข่งที่ผลัดกันเกิดและดับไปนับไม่ถ้วน

 

“ลูกค้าอาจจะนึกไม่ออกว่าขนมปังที่ดีมันเป็นยังไง แต่ผมเชื่อว่าเขาจะรู้สึกได้” อภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) เคยพูดถึงปรัชญาการทำธุรกิจที่ยึดถือมาตลอด และคำที่เขาย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือคำว่า “พยายาม” นั่นคือพยายามไม่ให้พลาด พยายามคุมต้นทุน พยายามทำให้มีของขายทุกวัน

 

แม้ฟังดูเรียบง่าย แต่การทำขนมปังให้มีคุณภาพสม่ำเสมอมาต่อเนื่องเกือบ 4 ทศวรรษ ในธุรกิจที่สินค้ามีอายุแค่ไม่กี่วันและต้องพึ่งพาอุณหภูมิ ความชื้น และเวลาอย่างแม่นยำ ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ด้วยโชคช่วย มันคือระบบที่ต้อง “หยุดไม่ได้” เพราะทันทีที่หยุดพัฒนา คู่แข่งก็พร้อมแทนที่ทันที

 

 

ที่มา: เฟซบุ๊กขนมปังฟาร์ม เฮ้าส์

 

อย่างไรก็ตาม ความพยายามอย่างเดียวไม่พอสำหรับปี 2569 เพราะตลาดขนมปัง และเบเกอรี่ไทยที่มีมูลค่ารวม 40,000-50,000 ล้านบาท กำลังเข้าสู่ช่วงที่ท้าทายที่สุดช่วงหนึ่ง โดยภาพรวมตลาดมีแนวโน้ม “ทรงตัว” ไม่ใช่เพราะคนไทยเลิกกินขนมปัง แต่เพราะการแข่งขันทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะจากร้านเบเกอรี่สดที่ผุดขึ้นทุกหัวมุมถนน

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ ‘ฟาร์มเฮ้าส์’ เลือกจะไม่สู้ด้วยการขึ้นราคาตามต้นทุนที่พุ่งสูง แม้จะเจอแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิง บริษัทกลับหันไปโฟกัสที่การเพิ่มประสิทธิภาพภายใน และควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างละเอียดแทน ถึงขั้นที่เมื่อต้นทุนแป้งสาลีลดลง ก็ยังปรับลดราคาสินค้าบางรายการลง 5-10% เพื่อส่งต่อประโยชน์ให้ผู้บริโภค นี่คือการเลือกรักษาความไว้วางใจของลูกค้าเอาไว้ก่อน แม้ต้องแลกด้วยกำไรที่บางลง

 

การรับมือระยะยาวที่จริงจังกว่านั้นคือการทุ่มเงินลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาทในช่วง 3 ปีข้างหน้า ส่วนหนึ่งใช้สร้างโรงโม่แป้งสาลีของตัวเอง คาดเดินเครื่องได้ในปี 2571 เพื่อคุมต้นทุนวัตถุดิบหลักให้อยู่ในมือ พร้อมเสริมทัพรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าอีกกว่า 50 คัน เพื่อแก้ปัญหาเรื่องของพลังงานเชื้อเพลิงที่มีการผันผวน พร้อมเดินหน้าเข้าสู่ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

แต่การคุมต้นทุนอย่างเดียวคงไม่พอ ธุรกิจจึงต้องมองหาช่องทางใหม่ๆ ที่ยังไม่มีใครแย่งชิง และคำตอบที่น่าสนใจคือ “ตู้ขายขนมปังอัตโนมัติ” หรือ Vending Machine ที่ปัจจุบันเติบโตมากถึง 3 เท่า จากจุดเริ่มต้นที่หลายคนอาจมองข้าม โดยปีนี้บริษัทมีแผนขยายจำนวนตู้จาก 500 ตู้ เป็น 1,000 ตู้ภายในสิ้นปี โดยเลือกโลเคชันอย่างเจาะจง ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อที่แน่นขนัดไปด้วยคู่แข่งอยู่แล้ว แต่เป็นโรงงาน โรงพยาบาล โรงเรียน และชุมชน ในพื้นที่ที่คนต้องการซื้อขนมปังกินเร็วๆ ในเวลาที่ร้านค้าทั่วไปอาจปิดหรือเข้าถึงยาก

 

ที่มา: เฟซบุ๊กตู้หยอดเหรียญขนมปังฟาร์ม เฮ้าส์

 

แน่นอนว่าการเลือกช่องทางนี้สะท้อนความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป คนยุคนี้มองหา “ความสะดวกสบาย” มากกว่าที่เคย และธุรกิจที่ไปถึงจุดที่ลูกค้าอยู่ได้ก่อน มักจะชนะโดยไม่ต้องแข่งราคา นอกจากนี้ฟาร์มเฮ้าส์ยังขยายไปสู่ธุรกิจส่งสินค้าประเภท Frozen Dough ให้กับโรงแรมต่างๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทาง B2B ที่ไม่ต้องแย่งพื้นที่ชั้นวางกับใคร

 

จากแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยจนแทบมองข้าม วันนี้ธุรกิจกำลังพิสูจน์ว่าการอยู่รอดในธุรกิจ “ธรรมดา” ที่แข่งขันดุเดือดนั้น ไม่ได้อาศัยเพียงแบรนด์ที่แข็งแกร่งในอดีต แต่ต้องอาศัยความพยายามปรับตัวอย่างไม่หยุดนิ่ง ทั้งในเรื่องต้นทุน ช่องทางขาย และความไว้วางใจของผู้บริโภค เชื่อมโยงสามสิ่งให้เป็นวงจรเดียวกัน

 

พบกับบูธ ‘ฟาร์มเฮ้าส์’ ได้ที่งาน Franchise Expo Thailand & Thailand E-Commerce Selection Expo 2026 งานเดียวที่รวมทัพแฟรนไชส์และธุรกิจน่าลงทุน กว่า 250 แบรนด์ บนพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี่  ขนมหวาน คาเฟ่ ร้านอาหาร สตรีทฟู้ด ธุรกิจสะดวกซัก ธุรกิจหยอดเหรียญ ธุรกิจบริการ การศึกษา เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์  AI Solution โรงงานรับจ้างผลิต แพกเกจจิ้ง ขนส่งโลจิสติกส์ และอีกมากมาย

 

พบกันวันที่ 6–9 สิงหาคม 2569 | Hall 6–8 IMPACT เมืองทองธานี

 

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี 👉 https://lnk.ink/franchiseexpo01

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ