ภายใต้ชื่อ “ฮลุน โซโล่” (Hlun Solo) นักเดินทางแบกเป้คนเดียวที่พาคนไทยไปเห็นมุมโลกที่ไม่มีใครกล้าไป ตั้งแต่โซมาเลีย อัฟกานิสถาน อิรัก มาดากัสการ์ ไปจนถึงไนจีเรีย สู่ผู้ติดตามบนเฟซบุ๊ก 2.5 ล้านคน และในยูทูปเกือบ 1 ล้านคน
แต่กว่าจะมาถึงจุดนั้น เส้นทางชีวิตของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลยสักนิด
[เด็กชายที่ไม่เคยได้กินไอศกรีมรถเข็น]
ฮลุนเล่าถึงชีวิตวัยเด็กของตัวเองว่า ตั้งแต่จำความได้ตอนอายุ 4 ขวบ พ่อประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ส่วนแม่แยกทางออกไปและไม่เคยติดต่อกลับมาอีกเลย เขาจึงต้องเติบโตมากับย่าที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ในบ้านที่ทำนาเป็นอาชีพหลัก หาเช้ากินค่ำ ไม่มีใครในบ้านเคยได้เรียนหนังสือสูงๆ มาก่อน
ความยากจนในวัยเด็กฝังลึกอยู่ในความทรงจำ เขาเล่าว่าทุกครั้งที่รถขายไอศกรีมขับผ่านหน้าบ้าน เด็กคนอื่นจะได้กิน แต่เขาไม่เคยมีเงินมากพอ แต่ละวันมื้ออาหารวนเวียนอยู่กับไข่ทอด และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป วันไหนที่ย่าไปทำบุญที่วัดและได้กับข้าววัดกลับมา นั่นคือวันที่เขาจะได้กินอาหารดี ๆ ที่หลากหลายขึ้นมาหน่อย

ความลำบากในวันนั้นกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ เขาบอกตัวเองว่าโตขึ้นจะไม่ยอมลำบากแบบนี้อีก จึงตั้งใจเรียนและอ่านหนังสืออย่างหนัก แม้ย่าจะบอกได้เพียงว่าอยากเป็นอะไรก็เป็นไปเลย แต่ย่าไม่มีอะไรให้ ประโยคนั้นทำให้ใจของเด็กชายจุกอยู่นาน ทว่าก็กลายเป็นแรงฮึดให้เขากัดฟันสู้ และคว้าทุกโอกาสที่เข้ามาโดยไม่ปล่อยผ่าน
[ห้องเช่าชั้น 6 ไม่มีลิฟต์ กับค่าแรงวันละ 300 บาท]
เมื่อเรียนจบ ม.6 จากโรงเรียนประจำอำเภอด้วยอันดับที่ 1 ฮลุนคิดว่าเส้นทางการศึกษาคงจบลงแค่นั้น เพราะไม่มีเงินเรียนต่อ เขาตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ ทำงานโรงงาน ได้ค่าแรงวันละ 300 บาท ทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 2 ทุ่มแทบทุกวัน พักห้องเช่าถูกที่สุดเดือนละ 2 พันกว่าบาท บนชั้น 6 ที่ไม่มีลิฟต์ ทุกครั้งหลังเลิกงานเหนื่อยล้า ต้องเดินขึ้นบันได 12 ชั้นจนแทบเป็นลม
แต่เขาไม่เคยปล่อยเวลาว่างให้สูญเปล่า ทุนการศึกษาไหนเปิดรับ เขาส่งใบสมัครไปหมด จนวันหนึ่งสอบชิงทุนเข้าเรียนคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้สำเร็จ น้ำตาไหลด้วยความดีใจ ย่าที่บ้านก็ดีใจไม่แพ้กัน เขารู้ทันทีว่าชีวิตหลังจากนี้กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
[ความฝันที่ซื้อด้วยเงิน 400,000 บาท]
ทุนที่จุฬาฯ ครอบคลุมทั้งค่าที่พัก ค่าเทอม และเงินรายเดือน ตลอด 4 ปีที่เรียน ฮลุนใช้เวลาไล่ตามความฝันที่ซ่อนไว้นาน นั่นคือการได้ออกไปเที่ยวต่างประเทศสักครั้ง เขาเก็บเงินจากทุกช่องทางที่หาได้ ทั้งยืนแจกใบปลิว รับสอนพิเศษ และขายของออนไลน์

เมื่อเรียนจบภายใน 4 ปีตามกำหนด เขาเก็บเงินสะสมได้ประมาณ 4 แสนบาท และตัดสินใจใช้เงินก้อนนั้นแบกเป้เที่ยวคนเดียวเป็นครั้งแรก ทั้งที่ภาษาต่างประเทศไม่คล่อง ประสบการณ์เดินทางแทบไม่มี อาศัยเพียงใจที่เปิดกว้างและการดูคลิปศึกษาด้วยตัวเอง
ใครจะไปคิดว่าเงินจำนวน 400,000 บาทก้อนนั้นพาเขาเดินทางได้นาน 1 ปีเต็ม ครอบคลุม 17 ประเทศ ด้วยสไตล์เที่ยวแบบประหยัดสุดขีดที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของเขาในเวลาต่อมา จากจุดเริ่มต้นนั้น ปัจจุบันเขาเดินทางไปแล้วกว่า 50 ประเทศทั่วโลก
[เมื่อดอกไม้แห่งความพยายามเริ่มผลิบาน]
ฮลุนเคยพูดถึงช่วงเวลานั้นว่า ความฝันของเด็กกำพร้าที่ครั้งหนึ่งไม่มีแม้แต่เงินซื้อข้าวกิน ได้เริ่มออกดอกให้เห็นแล้วหลังการต่อสู้มานานกว่า 10 ปี รายได้จากการทำคลิปทำให้เขากลับไปซ่อมบ้านให้ย่า พาย่าไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน และซื้อของกินอร่อยๆ ตามตลาดกลับไปฝากคนที่บ้านได้ จากเดิมที่เคยได้แค่มองด้วยสายตา
เรื่องราวของฮลุน โซโล่ สะท้อนบทเรียนชีวิตเป็นอย่างกับเรื่องต้นทุนที่ไม่เหมือนกัน เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่อยากจะพัฒนาตัวเองโดยมีเป้าหมายที่อยากจะให้ไปถึง เกิดขึ้นให้ได้ แม้ว่าวันนี้ฮลุนจะจากไป แต่เรื่องราวของเจ้าตัวยังเป็นเครื่องเตือนใจความเป็นชีวิตที่เกิดขึ้นกับคน ๆ หนึ่งบนโลกใบนี้ได้เป็นอย่างดี
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Post Views: 147