กาแฟพันธุ์ไทย

เปิดเส้นทาง “กาแฟพันธุ์ไทย” โอกาสลงทุนที่คนไทยเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ได้

ในเครือธุรกิจของ “พีทีจี เอ็นเนอยี” (PTG Energy) ที่คนไทยคุ้นเคยในฐานะผู้จำหน่ายน้ำมันรายใหญ่ ยังมีอีกหนึ่งธุรกิจที่เติบโตเงียบ ๆ แต่ทรงพลังไม่แพ้กัน นั่นคือ “กาแฟพันธุ์ไทย” ธุรกิจ Non-Oil ในเครือที่วันนี้ขยายสาขาไปแล้วกว่า 3,200 สาขาทั่วประเทศ

 

จากจุดเริ่มต้นในวันแรกที่อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาสู่แบรนด์ระดับประเทศ ที่วันนี้ธุรกิจเติบโตขยายสาขารวมกว่า 3,200 สาขา แบ่งเป็นสาขาที่บริษัทบริหารเอง (Official) ประมาณ 2,700 สาขา และสาขาแฟรนไชส์อีกกว่า 700 สาขา ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าโมเดลแฟรนไชส์ คือหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่ผลักดันการเติบโตของแบรนด์

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้หยุดที่จะเติบโตต่อเนื่อง เพราะได้วางเป้าหมายขยายแฟรนไชส์ โดยปีที่ผ่านมาสามารถเปิดแฟรนไชส์ใหม่ได้ 400 สาขา และในปีนี้ตั้งเป้าเปิดเพิ่มให้ได้อีก 400 สาขา ซึ่งล่าสุดดำเนินไปแล้วกว่า 200 สาขา เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตที่สม่ำเสมอ และเป็นระบบ ไม่ใช่กระแสเพียงชั่วคราว

 

 

สิ่งที่ทำให้กาแฟพันธุ์ไทยแตกต่าง คือความหลากหลายของเมนูเครื่องดื่ม และการปรับเปลี่ยนเมนูตามฤดูกาลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาความสดใหม่ และเอาใจกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นที่ชอบทดลองสิ่งใหม่ ๆ กลยุทธ์นี้ช่วยให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ และเป็นจุดขายที่ทีมงานใช้สื่อสารกับผู้สนใจลงทุนแฟรนไชส์ได้อย่างมั่นใจ

 

สำหรับคนที่อยากลงทุนแฟรนไชส์ ต้องเตรียมตัวอย่างไร

 

ทีมงานกาแฟพันธุ์ไทยระบุคุณสมบัติของผู้ที่เหมาะจะลงทุนไว้ชัดเจน คือ ไม่เคยทำธุรกิจร้านกาแฟมาก่อน มีใจรักงานบริการ สนใจงานด้านอาหารและเบเกอรี่ มีความคิดสร้างสรรค์ และมีเวลาบริหารร้านอย่างเต็มที่ เพื่อโฟกัสการบริหารร้านอย่างเต็มที่

 

 

ส่วนเรื่องทำเลนั้น บริษัทให้ผู้ลงทุนเป็นฝ่ายหาทำเลแล้วส่งให้บริษัทพิจารณา โดยกำหนดระยะห่างระหว่างสาขาอย่างน้อย 1.5 กิโลเมตร เพื่อไม่ให้ยอดขายทับซ้อนกัน และทำเลที่มีศักยภาพสูงสุดคือทำเลใกล้ชุมชน ใกล้ย่านธุรกิจ และใกล้หน่วยงานราชการ

 

โมเดลการลงทุนของกาแฟพันธุ์ไทย

  • Stand Alone ขนาดพื้นที่เริ่มต้น 60 ตร.ม. ลงทุนเริ่มต้น 3.6 ล้านบาท
  • Built-in ขนาดพื้นที่เริ่มต้น 40 ตร.ม. ลงทุนเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท
  • Kiosk ขนาดพื้นที่เริ่มต้น 15 ตร.ม. ลงทุนเริ่มต้น 1.9 ล้านบาท

 

ท้ายสุดทีมงานระบุว่าเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นในตลาด การลงทุนกับพันธุ์ไทยถือว่า “ไม่แพง” และมีทีมที่ปรึกษาคอยแนะนำตั้งแต่ขั้นตอนสร้างร้านจนถึงวันเปิดร้าน หากผู้ลงทุนมีเงินทุนไม่เพียงพอ ทางบริษัทยังช่วยประสานเรื่องสินเชื่อ โดยเป็นผู้จัดทำเอกสารสนับสนุนให้ด้วย

 

จากร้านกาแฟสาขาแรกในอำเภอบางปะหัน สู่เครือข่ายกว่า 3,200 สาขาทั่วประเทศ เส้นทางของกาแฟพันธุ์ไทยสะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตของแฟรนไชส์ที่ยั่งยืน ต้องอาศัยทั้งความมั่นคงของบริษัทแม่ กลยุทธ์เมนูที่ปรับตัวไว และระบบสนับสนุนนักลงทุนที่ชัดเจนตั้งแต่การเลือกทำเลไปจนถึงเรื่องเงินทุน สำหรับใครที่ฝันอยากมีร้านกาแฟเป็นของตัวเอง นี่คือตัวเลือกที่มองข้ามไม่ได้

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ