ย้อนกลับไปปี 2548 ณ จังหวัดราชบุรี ร้านค้าปลีกเล็กๆ ภายใต้ชื่อ “CJ Express” ถือกำเนิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิดว่าอีกเพียง 20 ปีต่อมา ธุรกิจนี้จะเติบโตจนกลายเป็นเชนค้าปลีกที่มีสาขานับพันแห่งทั่วประเทศ มาวันนี้กำลังตั้งเป้าหมายทางธุรกิจที่ทะเยอทะยานยิ่งกว่าเดิม ทั้งรายได้ 80,000 ล้านบาทในปี 2569 ขยายสาขาให้ครบ 5,000 แห่ง และนำบริษัท IPO ในปี 2572
ด้วยจุดเริ่มต้นที่ราชบุรี ไม่ใช่กรุงเทพฯ เสถียร เสถียรธรรมะ ผู้บริหารกลุ่มคาราบาว กรุ๊ป เลือกเดินเกมที่ต่างจากผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดค้าปลีกที่มักปักหลักในเมืองใหญ่ก่อนแล้วค่อยขยายออกสู่ต่างจังหวัด แต่ CJ Express เลือกเติบโตจากฐานรากในต่างจังหวัดและชานเมืองก่อน แล้วขยับเข้าใกล้กรุงเทพฯ และปริมณฑลมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ปัจจุบันภายใต้กลุ่มบริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป มีทั้งแบรนด์ CJ Express ร้านสะดวกซื้อที่เน้นสินค้าราคาประหยัด และ CJ MORE ร้านซูเปอร์คอนวีเนียนสโตร์ที่วางตำแหน่งมากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
สิ่งที่ทำให้ CJ Express และ CJ MORE ยืนหยัดท่ามกลางการแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ค้าปลีกทั้งไทย และต่างชาติได้ คือกลยุทธ์ที่เรียกว่า “ป่าล้อมเมือง” หลักคิดคือแทนที่จะเผชิญหน้ากับคู่แข่งรายใหญ่ในตลาดที่พวกเขาแข็งแกร่งที่สุดอย่างกรุงเทพฯ ตั้งแต่ต้น เสถียรเลือกสร้างฐานที่มั่นในต่างจังหวัดที่คู่แข่งยังเข้าไปไม่ถึงหรือให้ความสำคัญน้อยกว่าก่อน ปลูกฝังแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและไว้วางใจของคนในพื้นที่ สร้างเครือข่ายสาขาให้แข็งแกร่งจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ก่อนค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ศูนย์กลางเศรษฐกิจทีละขั้น

แน่นอนว่ากลยุทธ์นี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะช่วยให้ CJ หลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรงกับคู่แข่งยักษ์ใหญ่ในช่วงที่ธุรกิจยังไม่แข็งแรงพอ ขณะเดียวกันก็สร้างความได้เปรียบด้านความคุ้นเคยกับพฤติกรรมผู้บริโภคต่างจังหวัดที่บริษัทค้าปลีกจากส่วนกลางหลายแห่งมองข้าม ผลลัพธ์คือธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคงจนสามารถขยายสาขาแข่งกับยักษ์ใหญ่ค้าปลีกได้อย่างสบายๆ ในปัจจุบัน
ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่ง วันนี้ CJ จึงกล้าตั้งเป้าหมายทางธุรกิจที่ทะเยอทะยานยิ่งขึ้น โดยปี 2568 ที่ผ่านมาบริษัททำรายได้ไปแล้ว 79,766 ล้านบาท และในปี 2569 แบรนด์ตั้งเป้าจะทำรายได้ให้ได้ 80,000 ล้านบาท รวมถึงวางแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 500 แห่งในปีนี้ ก่อนเร่งเป็น 700 แห่งในปี 2570 เพื่อให้ครบ 5,000 สาขาภายในปี 2572 โดยใช้เงินลงทุนเฉลี่ยราว 9-10 ล้านบาทต่อสาขา รวมเป็นเม็ดเงินลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท
ที่น่าสนใจคือ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะเผชิญภาวะกำลังซื้อชะลอตัวชัดเจน แต่ CJ MORE เลือกเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องแทนที่จะชะลอตัวตามตลาด ทั้งการเปิดสาขาใหม่ การใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน และการเพิ่มสินค้าเฉพาะกลุ่มเพื่อสร้างความแตกต่าง พร้อมกับโครงการ “CJ STAR ของดีติดดาว” ที่ช่วยยกระดับสินค้าชุมชนท้องถิ่นให้เข้าถึงตลาดกว้างขึ้น ตอกย้ำจุดยืนที่ผูกพันกับเศรษฐกิจฐานรากมาตั้งแต่ต้น

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดในเวลานี้คือการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2572 หลังจากเคยเลื่อนแผนมาแล้วหลายครั้ง โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาทางเลือกของตลาดทุนที่เหมาะสม ทั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหุ้นต่างประเทศที่เข้ามาทาบทาม ทั้งตลาดฮั่งเซงของฮ่องกง ตลาดหุ้นสิงคโปร์ และ NASDAQ ของสหรัฐฯ พร้อมตั้งเป้ายอดขายให้เติบโตแตะระดับ 100,000 ล้านบาทภายในปี 2570
เส้นทางจากร้านค้าปลีกเล็ก ๆ ในราชบุรี สู่เป้าหมายการเข้าตลาดหุ้นระดับสากล สะท้อนให้เห็นว่ากลยุทธ์ที่เริ่มจากจุดเล็กๆ แต่วางรากฐานให้มั่นคงตั้งแต่ต้น สามารถต่อยอดกลายเป็นธุรกิจระดับประเทศได้ในระยะยาว โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์กลางเศรษฐกิจหรือมีทุนมหาศาลตั้งแต่วันแรกเสมอไป
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Post Views: 177