Fastwork

Fastwork ความฝันอยากพาฟรีแลนซ์ไทยไปตลาดโลก จบลงที่ต้องปิดตัวลง

เทรนด์การทำงานในลักษณะ “ฟรีแลนซ์” เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมของผู้คนยุคใหม่ที่รับงานได้อย่างอิสระ จึงทำให้แพลตฟอร์ม Fastwork กำเนิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์สร้างพื้นที่ให้เหล่าคนทำงานแบบฟรีแลนซ์ได้เข้ามาหางานจากผู้จ้าง

 

จากวันนั้นแรกของแพลตฟอร์มเรื่อยมาจนถึงวันนี้ Fastwork ถึงเวลาที่จะต้องปิดให้บริการ โดยมีการประกาศออกมาในวันที่ 28 กันยายน 2569 ว่าจะปิดเว็บไซต์ และแอปฯ ภายในสิ้นปีนี้ หลังขาดทุนสะสมมาต่อเนื่องหลายปี พร้อมออกมาขอโทษทั้งฟรีแลนซ์ และลูกค้าที่เคยใช้บริการ ทิ้งเป้าหมายของแพลตฟอร์มที่อยากพาฟรีแลนซ์คนไทยไปสู่ตลาดโลกไว้ข้างหลัง

 

ย้อนดูเส้นทาง Fastwork ก่อตั้งขึ้นช่วงปลายปี โดย ‘วสะ สุภาโชค เอี่ยมสุรีย์’ กับ ‘อาพร พลานุเวช’ แรงบันดาลใจเกิดขึ้นจากการที่สองคนนี้เคยไปเรียน และทำงานฟรีแลนซ์ที่ต่างประเทศ เลยเห็นปัญหาของอาชีพฟรีแลนซ์ จึงกลับมาสร้างแพลตฟอร์มที่ให้คนหางาน กับคนจ้างงานมาเจอกันได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น งานกราฟิก, เขียนบทความ,ทำเว็บไซต์ แปลภาษา ตลอดจนงานฟรีแลนซ์ในลักษณะอื่น ๆ

 

 

ช่วงแรกดูเหมือนว่า Fastwork กำลังเดินไปได้ดี เพราะระดมทุนได้หลายรอบ โดยรอบที่ใหญ่ที่สุดคือ Series A ปี 2018 มูลค่า 4.8 ล้านดอลลาร์ จากนักลงทุนทั้งจีน ฝรั่งเศส สิงคโปร์ และญี่ปุ่น

 

อีกทั้ง สิ่งที่ Fastwork พูดถึงบ่อย ๆ คือไม่ได้อยากเป็นแค่เว็บหางานในประเทศ แต่อยากพาคนไทยออกไปสู่ตลาดโลก อยากให้ความสามารถของคนไทยไม่ต้องหยุดอยู่แค่ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ CK Cheong เข้ามาบริหารช่วงปี 2564 เจ้าตัวยิ่งผลักดันแนวคิดนี้หนักขึ้นไปอีก ด้วยมุมมองว่า Fastwork ไม่ใช่แค่ที่หางาน แต่เป็นเครื่องมือเปลี่ยนประเทศไทยได้ ซึ่งเชื่อว่าถ้าคนไทยทำงานผ่านแพลตฟอร์มนี้ได้มากขึ้น ก็จะกระจายรายได้ไปยังพื้นที่ห่างไกล คนทำงานจากบ้านได้ และท้ายที่สุด คือส่งออกบริการของคนไทยให้โลกเห็น ไม่ใช่แค่ส่งออกสินค้าแบบที่เราคุ้นเคย

 

 

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องผลประกอบการธุรกิจต้องประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง ซึ่ง CK Cheong เคยให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ว่า ถ้าอยากให้บริษัท breakeven หรือไม่ขาดทุน ก็ทำได้เลยแค่ไล่พนักงานออกครึ่งหนึ่ง แต่เจ้าตัวไม่คิดจะทำแบบนั้น เพราะมองว่าการทำกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ไม่ได้สร้างผลกระทบอะไรให้กับประเทศ นั่นคือความล้มเหลวที่แท้จริงมากกว่า

 

การเลือกทำแบบนี้ นั่นหมายความว่า Fastwork เลือกทุ่มเงินไปกับการขยายทีม พัฒนาแพลตฟอร์ม และวางแผนขยายตลาดต่างประเทศ มากกว่าจะบริหารให้แค่พอเลี้ยงตัวเองได้ และมองว่านี่คือการลงทุนระยะยาวเพื่ออนาคตของประเทศ ไม่ใช่แค่ธุรกิจที่ต้องกำไรทุกปี ซึ่งก็เป็นแนวคิดที่กล้าหาญ แต่สุดท้ายก็ต้องแลกกับการที่บริษัทขาดทุนสะสมมาตลอด จนถึงจุดที่ไปต่อไม่ไหวจริง ๆ

 

ล่าสุดทางเพจ Fastwork ได้โพสต์ข้อความสรุปสั้นๆ ว่า “บริษัทขาดทุนมากขึ้นทุกปี และในที่สุดเราต้องเป็นคนยอมรับว่า เราทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ไม่สำเร็จ” พร้อมขอโทษฟรีแลนซ์ ลูกค้า และทุกคนที่เคยเชื่อในวิสัยทัศน์ของแพลตฟอร์มนี้ ตอนนี้เว็บไซต์และแอปฯ ยังใช้งานได้ปกติ เพื่อให้ทุกคนจัดการงานและธุรกรรมที่ค้างอยู่ให้เสร็จ ก่อนจะปิดบริการจริงในวันที่ 31 ธันวาคม 2569

 

 

ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าหลังจากนี้จะมีใครมาสานต่อแนวคิดที่ Fastwork เคยฝันไว้หรือเปล่า

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ