การสั่งสินค้าจากจีนมาขายเป็นโอกาสสร้างรายได้สำหรับผู้ประกอบการ SME แต่สินค้าบางประเภทต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อนนำเข้า หากเตรียมเอกสารไม่ครบหรือดำเนินการไม่ถูกต้อง อาจเสี่ยงสินค้าติดด่านและมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม มาดูกันว่าก่อนสั่งสินค้าจากจีนต้องเช็คอะไรบ้าง เพื่อให้นำเข้าได้อย่างราบรื่น
นำเข้าสินค้าจากจีนต้องผ่านด่านอะไรบ้าง
การนำเข้าสินค้าจากจีนมาจำหน่ายในประเทศไทยต้องผ่านการตรวจสอบจากกรมศุลกากร และอาจต้องผ่านหน่วยงานควบคุมสินค้าอื่นเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าที่นำเข้า โดยแต่ละหน่วยงานมีหน้าที่ตรวจสอบแตกต่างกัน ดังนี้
1. ด่านศุลกากร
สินค้านำเข้าทุกประเภทต้องผ่านพิธีการศุลกากร ไม่ว่าจะขนส่งทางเรือ เครื่องบิน หรือทางบก โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลสินค้า เอกสารนำเข้า พิกัดศุลกากร ภาษีอากร และใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนอนุญาตให้ตรวจปล่อยสินค้าออกจากการควบคุมของศุลกากร
2. ด่านอาหารและยา (อย.)
สินค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อย. เช่น อาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง ยา และเครื่องมือแพทย์ ต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของด่านอาหารและยา โดยตรวจสอบเอกสารอนุญาต รายละเอียดผลิตภัณฑ์ และข้อมูลการนำเข้า ซึ่งหลายประเภทต้องยื่น License per Invoice (LPI) สำหรับการนำเข้าแต่ละครั้ง เพื่อใช้ประกอบพิธีการศุลกากร
3. ด่านตรวจพืชและด่านกักกันสัตว์
สินค้าประเภทพืช เมล็ดพันธุ์ ผลไม้สด สัตว์มีชีวิต และผลิตภัณฑ์จากสัตว์บางชนิด อาจต้องผ่านการตรวจสอบของกรมวิชาการเกษตรหรือกรมปศุสัตว์ เพื่อควบคุมโรค ศัตรูพืช และความปลอดภัยในการนำเข้า โดยสินค้าอาหารบางชนิดอาจต้องดำเนินการกับทั้ง อย. และหน่วยงานด้านพืชหรือสัตว์
4. หน่วยงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
สินค้าบางประเภท เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า สายไฟ หรือผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้มาตรฐานบังคับ อาจต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ตามข้อกำหนดของ มอก. ก่อนนำเข้า ส่วนสินค้าอื่นอาจอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานเฉพาะเพิ่มเติม
ทั้งนี้ สินค้าไม่ได้ต้องผ่านทุกด่านเสมอไป เช่น การนำเข้าเครื่องสำอางทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับด่านอาหารและยาและศุลกากร ขณะที่การนำเข้าผลไม้สดบางชนิดอาจเกี่ยวข้องกับด่านตรวจพืช ด่านอาหารและยา และศุลกากร ตามเงื่อนไขของสินค้าแต่ละประเภท
ดังนั้น ก่อนสั่งสินค้าจากจีน ผู้ประกอบการควรตรวจสอบพิกัดศุลกากร ประเภทสินค้า และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องให้ครบ เพื่อทราบว่าต้องผ่านหน่วยงานใดบ้าง และเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนสินค้ามาถึงประเทศไทย

สินค้าจากจีนประเภทไหนบ้างที่ต้องขอ อย. ก่อนนำเข้า
สินค้าจากจีนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีหลายประเภท โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและการบริโภค ซึ่งผู้ประกอบการต้องตรวจสอบข้อกำหนดก่อนนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ได้แก่
- อาหารและเครื่องดื่ม เช่น ขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซอสปรุงรส เครื่องดื่มสำเร็จรูป และอาหารแปรรูป
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น วิตามิน คอลลาเจน และอาหารเสริมชนิดเม็ด แคปซูล หรือผง
- เครื่องสำอาง เช่น ครีมบำรุงผิว เซรั่ม ลิปสติก ครีมกันแดด และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม
- เครื่องมือแพทย์ เช่น เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด และชุดตรวจวินิจฉัยโรค
- ยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพร เช่น ยาสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เข้าข่ายตามกฎหมาย
- วัตถุอันตรายบางประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อหรือกำจัดแมลงที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อย.
สินค้าทั้งหมดนี้มีข้อกำหนดแตกต่างกันตามประเภทผลิตภัณฑ์ บางประเภทต้องมีใบอนุญาตนำเข้า บางประเภทต้องขึ้นทะเบียนหรือจดแจ้งกับ อย. ก่อนนำเข้ามาจำหน่าย ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนสั่งซื้อ เพื่อให้สามารถเตรียมเอกสารและวางแผนการนำเข้าได้ถูกต้อง
ก่อนสั่งสินค้าจากจีนมาขาย ต้องเช็ค อย. อะไรบ้าง
1. เช็คประเภทสินค้าว่าเข้าข่ายต้องขอ อย. หรือไม่
ก่อนสั่งซื้อสินค้าจากจีน ผู้ประกอบการควรตรวจสอบว่าสินค้าที่ต้องการนำเข้าจัดอยู่ในกลุ่มใด เพราะสินค้าที่มีลักษณะคล้ายกันอาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมายแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบ วิธีใช้ และสรรพคุณของผลิตภัณฑ์
ตัวอย่างเช่น ครีมบำรุงผิวทั่วไปจัดเป็นเครื่องสำอาง แต่หากมีสรรพคุณเกี่ยวกับการรักษาโรค อาจเข้าข่ายยา ส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ตรวจวัดสุขภาพบางชนิดอาจเข้าข่ายเครื่องมือแพทย์
ผู้ประกอบการจึงควรขอรายละเอียดผลิตภัณฑ์จากโรงงานจีน ทั้งส่วนประกอบ วิธีใช้ ฉลาก และข้อความกล่าวอ้างสรรพคุณ เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบประเภทสินค้าและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
2. เช็คว่าต้องขอใบอนุญาตนำเข้าหรือขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์
การนำเข้าสินค้าภายใต้การกำกับดูแลของ อย. อาจต้องดำเนินการทั้งในส่วนของผู้ประกอบการหรือสถานประกอบการ และการขออนุญาตผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีขั้นตอนแตกต่างกันตามประเภทสินค้า
ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการที่ต้องการนำเข้าอาหารจากจีนเพื่อจำหน่าย ต้องมี ใบอนุญาตนำเข้าอาหาร อ.7 หรือใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร โดยต้องจัดเตรียมข้อมูลผู้ประกอบการ สถานที่นำเข้า และสถานที่เก็บรักษาอาหารให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ อย. รวมถึงดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหารตามประเภทผลิตภัณฑ์
สำหรับการนำเข้าเครื่องสำอางเพื่อจำหน่าย ผู้ประกอบการต้องดำเนินการเกี่ยวกับสถานที่นำเข้าและเก็บรักษา พร้อมทั้ง จดแจ้งเครื่องสำอาง กับ อย. โดยใช้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ เช่น ชื่อเครื่องสำอาง สูตรส่วนประกอบ ชื่อผู้ผลิต และประเทศที่ผลิต
ส่วนการ นำเข้าเครื่องมือแพทย์ เช่น เครื่องวัดความดันโลหิตหรือชุดตรวจวินิจฉัยโรค ต้องตรวจสอบการจดทะเบียนสถานประกอบการนำเข้า รวมถึงการจดแจ้งหรือขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ตามประเภทและระดับความเสี่ยงของเครื่องมือแพทย์

3. เช็คเอกสารจากโรงงานจีนให้ครบก่อนสั่งซื้อ
เอกสารจากผู้ผลิตเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องตรวจสอบก่อนสั่งสินค้า เพราะสินค้าบางประเภทต้องใช้เอกสารรับรองจากโรงงานต่างประเทศประกอบการยื่นขออนุญาตกับ อย. หากโรงงานไม่สามารถจัดเตรียมเอกสารตามข้อกำหนดได้ อาจส่งผลให้การขออนุญาตล่าช้าหรือไม่สามารถดำเนินการได้
ตัวอย่างข้อมูลและเอกสารที่อาจต้องใช้ ได้แก่
- รายละเอียดสูตรหรือส่วนประกอบของสินค้า
- ชื่อและที่อยู่ของโรงงานผู้ผลิต
- เอกสารรับรองมาตรฐานสถานที่ผลิต เช่น GMP ตามประเภทผลิตภัณฑ์
- รายงานผลการทดสอบคุณภาพหรือความปลอดภัยของสินค้า
- รายละเอียดฉลากและบรรจุภัณฑ์
- เอกสารรับรองอื่นตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์
โดยเฉพาะการ นำเข้าอาหารจากต่างประเทศ ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบมาตรฐานสถานที่ผลิตและเอกสารจากโรงงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ อย. ซึ่งอาจรวมถึงใบรับรองระบบการผลิตอาหาร รายละเอียดกรรมวิธีการผลิต หรือข้อมูลที่ใช้ประกอบการขอเลขสารบบอาหาร
ดังนั้น ก่อนชำระเงินมัดจำหรือสั่งผลิตสินค้าจำนวนมาก ควรตรวจสอบกับโรงงานว่าสามารถจัดเตรียมเอกสารที่ต้องใช้ในประเทศไทยได้ครบถ้วนหรือไม่
4. เช็คส่วนประกอบและสรรพคุณสินค้า
สินค้าที่ผลิตและจำหน่ายได้ในประเทศจีนอาจมีส่วนประกอบหรือข้อความโฆษณาที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายไทย ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบสูตร ส่วนประกอบ และสรรพคุณของสินค้าก่อนสั่งผลิตหรือนำเข้า
ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิดอาจมีส่วนประกอบที่ถูกจำกัดหรือมีเงื่อนไขการใช้ ขณะที่เครื่องสำอางอาจมีสารต้องห้ามหรือสารที่จำกัดปริมาณตามข้อกำหนดของ อย.
นอกจากนี้ ข้อความกล่าวอ้างสรรพคุณ เช่น รักษาโรค ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว หรือเปลี่ยนแปลงการทำงานของร่างกาย อาจทำให้ผลิตภัณฑ์เข้าข่ายข้อกำหนดเพิ่มเติมหรือต้องพิจารณาการจัดประเภทสินค้าใหม่
หากพบว่าสินค้ามีส่วนประกอบที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ผู้ประกอบการอาจต้องประสานโรงงานเพื่อปรับสูตรหรือเปลี่ยนวัตถุดิบก่อนสั่งผลิต ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการสั่งสินค้าที่ไม่สามารถนำเข้ามาจำหน่ายได้
5. เช็คฉลากสินค้าให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของไทย
สินค้าจากจีนที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยต้องมีฉลากตามข้อกำหนดของสินค้าแต่ละประเภท ซึ่งอาจกำหนดให้แสดงข้อมูลเป็นภาษาไทย แม้จะมีฉลากภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษจากโรงงานอยู่แล้วก็ตาม
ตัวอย่างข้อมูลที่อาจต้องแสดงบนฉลาก ได้แก่ ชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ ปริมาณสุทธิ วิธีใช้ คำเตือน วันหมดอายุ ข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า และเลขที่ได้รับอนุญาตหรือจดแจ้งตามประเภทสินค้า
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างแบรนด์ของตนเอง ควรตรวจสอบรูปแบบฉลากก่อนสั่งผลิตบรรจุภัณฑ์จำนวนมาก เพราะหากต้องแก้ไขข้อมูลภายหลังอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหารที่มีการเปลี่ยนส่วนประกอบหรือสูตรผลิตภัณฑ์ ซึ่งการ เปลี่ยนสูตรอาหาร บางกรณีสามารถยื่นแก้ไขข้อมูลภายใต้เลข อย. เดิมได้ ขณะที่บางกรณีอาจต้องขอเลขสารบบอาหารใหม่ตามเงื่อนไขที่กำหนด
6. เช็คเอกสารและขั้นตอนผ่านด่าน อย. ก่อนจัดส่งสินค้า
เมื่อสินค้าจากจีนเดินทางมาถึงประเทศไทย จะต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบและตรวจปล่อยตามกฎหมาย โดยผลิตภัณฑ์สุขภาพหลายประเภทต้องดำเนินการผ่านระบบ License per Invoice (LPI) ซึ่งใช้สำหรับแจ้งข้อมูลการนำเข้าสินค้าแต่ละครั้งตามเงื่อนไขที่กำหนด
เอกสารที่เกี่ยวข้องอาจประกอบด้วยใบอนุญาตนำเข้า เอกสารอนุญาตผลิตภัณฑ์ บัญชีราคาสินค้า (Invoice) เอกสารการขนส่ง และเอกสารเพิ่มเติมตามประเภทสินค้า
ผู้ประกอบการควรตรวจสอบให้ข้อมูลชื่อสินค้า รุ่น ปริมาณ ผู้ผลิต และประเทศที่ผลิต ตรงกับเอกสารที่ได้รับอนุญาต เพราะหากรายละเอียดไม่สอดคล้องกัน อาจทำให้การตรวจปล่อยสินค้าล่าช้า
ตัวอย่างเช่น ขั้นตอนการนำเข้าเครื่องสำอางผ่านด่าน อย. ต้องดำเนินการตั้งแต่การเตรียมสถานที่นำเข้า การจดแจ้งผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการขอ LPI สำหรับการนำเข้าแต่ละครั้ง ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจปล่อยสินค้าตามที่กำหนด

สั่งสินค้าจากจีนมาแล้วติดด่าน ต้องทำอย่างไร
หากสั่งสินค้าจากจีนมาแล้วติดด่าน ผู้ประกอบการควรรีบตรวจสอบสาเหตุกับบริษัทขนส่งหรือตัวแทนออกของก่อนว่า สินค้าติดอยู่ที่ด่านศุลกากร ด่านอาหารและยา (อย.) หรือหน่วยงานอื่น เพราะแต่ละกรณีมีขั้นตอนแก้ไขแตกต่างกัน โดยสามารถดำเนินการได้ดังนี้
1. ติดต่อบริษัทขนส่งเพื่อขอรายละเอียดปัญหา
เริ่มจากติดต่อบริษัทขนส่งหรือตัวแทนออกของที่รับผิดชอบสินค้า พร้อมแจ้งเลขติดตามพัสดุ (Tracking Number) หรือเลขใบขนสินค้าขาเข้า เพื่อสอบถามข้อมูลต่อไปนี้
- สินค้าติดอยู่ที่ด่านหรือหน่วยงานใด
- สาเหตุที่ยังไม่สามารถนำสินค้าออกจากด่านได้
- ต้องส่งเอกสารหรือดำเนินการอะไรเพิ่มเติม
- มีค่าเก็บสินค้าในคลังหรือกำหนดเวลาที่ต้องดำเนินการหรือไม่
ควรขอรายละเอียดปัญหาเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อใช้ประสานงานกับโรงงานจีนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรงจุด
2. เตรียมเอกสารให้ตรงกับปัญหาที่พบ
เมื่อทราบสาเหตุแล้ว ให้ตรวจสอบเอกสารที่มีอยู่และประสานโรงงานจีนเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมตามกรณี
| ปัญหาที่พบ |
สิ่งที่ควรทำ |
| ไม่มี Invoice หรือ Packing List |
ขอใบแจ้งราคาสินค้าและรายการบรรจุสินค้าจากโรงงานจีน |
| ชื่อสินค้า รุ่น หรือจำนวนไม่ตรง |
เทียบข้อมูลสินค้าจริงกับเอกสาร แล้วให้ผู้ที่ออกเอกสารแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง |
| ชื่อสินค้า รุ่น หรือจำนวนไม่ตรง |
ติดต่อ อย. เพื่อเช็คว่าสามารถยื่นขออนุญาตในกรณีนี้ได้หรือไม่ |
| ยังไม่มีใบอนุญาต อย. |
ติดต่อ อย. เพื่อเช็คว่าสามารถยื่นขออนุญาตในกรณีนี้ได้หรือไม่ |
| ขาดเอกสารรับรองจากผู้ผลิต |
ส่งรายการเอกสารที่ขาดให้โรงงานจีนตรวจสอบและจัดเตรียม |
| เจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบสินค้าเพิ่มเติม |
ประสานตัวแทนออกของเพื่อจัดส่งข้อมูล ตัวอย่างสินค้า หรือดำเนินการตรวจตามที่กำหนด |
ข้อควรระวัง: หากสินค้าต้องได้รับอนุญาตก่อนนำเข้า การยื่นขออนุญาตหลังสินค้ามาถึงอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกกรณี จึงควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพิ่มเติม
3. เช็คค่าใช้จ่ายและกำหนดเวลาที่ต้องดำเนินการ
หากสินค้าติดด่านหลายวัน อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ผู้ประกอบการควรสอบถามบริษัทขนส่งหรือตัวแทนออกของให้ชัดเจนว่า
- สินค้ามีค่าเก็บรักษาในคลังวันละเท่าไหร่ และเริ่มคิดค่าบริการวันไหน
- มีค่าตรวจสินค้า ค่าแก้ไขเอกสาร หรือค่าดำเนินการอื่นเพิ่มเติมหรือไม่
- ต้องส่งเอกสารภายในวันไหน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายหรือปัญหาเพิ่มเติม
จากนั้นเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการแก้ไขกับมูลค่าสินค้า เพื่อประเมินว่าควรดำเนินการนำเข้าต่อหรือสอบถามทางเลือกอื่น เช่น การส่งสินค้ากลับประเทศจีน
4. ติดตามผลจนกว่าสินค้าจะผ่านการตรวจปล่อย
หลังส่งเอกสารหรือแก้ไขข้อมูลแล้ว ควรขอเลขอ้างอิงการยื่นคำขอและติดตามสถานะกับผู้ดำเนินพิธีการนำเข้า หากเป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อย. ให้ตรวจสอบเอกสารการนำเข้า เช่น License per Invoice (LPI) ตามข้อกำหนดของสินค้าแต่ละประเภทด้วย
เมื่อเจ้าหน้าที่อนุญาตให้ตรวจปล่อยสินค้าแล้ว ควรตรวจสอบจำนวนและสภาพสินค้าที่ได้รับให้ตรงกับรายการสั่งซื้อ พร้อมเก็บเอกสารนำเข้าและหลักฐานค่าใช้จ่ายไว้ใช้ในการดำเนินธุรกิจครั้งต่อไป
การนำเข้าสินค้าจากจีนเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจ แต่ก่อนสั่งซื้อควรตรวจสอบประเภทสินค้า ข้อกำหนดของ อย. เอกสารจากโรงงาน การขอใบอนุญาตนำเข้า และขั้นตอนผ่านด่านให้ครบถ้วน เพื่อลดความเสี่ยงจากสินค้าติดด่าน ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และความล่าช้าในการนำสินค้าออกจำหน่าย โดยผู้ประกอบการสามารถดำเนินการขออนุญาตด้วยตนเอง หรือใช้ บริการรับจด อย. จากผู้เชี่ยวชาญอย่าง Livilution Consult เพื่อช่วยตรวจสอบข้อกำหนดและจัดเตรียมเอกสารสำหรับสินค้าที่ต้องการนำเข้าให้เป็นไปตามกฎหมาย
Post Views: 81